คืนสู่ธรรมชาติ ณ ปัจจุบัน

จิตว่างแบบจบหลักสูตร
การดูกาย ดูหยาบ ๆ ก่อน ดูกายก็ดูว่ากายนี้ประกอบด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม แล้วเรามักจะพูดว่า ดินน้ำลมไฟ ดินกลับสู่ดิน น้ำกลับสู่น้ำ ลมสู่ลม ไฟสู่ไฟ ถูกต้อง แต่ว่าไม่ใช่เวลาตายแล้ว อยู่ในปัจจุบันนี่แหละ ในปัจจุบัน ธาตุดินก็ลงดิน เป็นผักเป็นปลา เป็นผลไม้ เป็นอะไร เสร็จแล้วก็ไปกองอยู่ที่ดิน ไปเป็นดิน น้ำก็ไปเป็นน้ำ ลมไฟก็ไปเป็นลมเป็นไฟ เห็นไหม นี่ อยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เวลาตายแล้ว พูดอย่างนั้นมันมักง่าย พูดว่าเวลาตายแล้ว พูดตามภาษาคนไม่รู้ธรรมะ ไม่รู้ภาษาธรรมชาติ ไม่รู้จักกาย ไม่รู้จักตัวเอง
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

จากธรรมเทศนาแก่อุบาสิกาใจพระรุ่น ๒
วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘

สามารถศึกษาธรรมะข้อธรรมจาก หลวงพ่อเอี้ยน เพิ่มเติมได้ที่
http://www.santibunpot.com/

Advertisements

ทั้งหมดนี้ล้วนว่างจากตัวตน

ลูกกุญแจ ไขสู่ความเป็นอิสระ
ขันธ์ ๕ ไม่มีตัวตน

ขันธ์ ๕ เป็นธรรมชาติ

รูปก็เป็นธรรมชาติ เพราะรูปเกิดดับ ๆ ว่างจากตัวตน

เวทนาทั้ง ๓ ความชอบ ไม่ชอบ เฉย ๆ ก็เกิดดับ ๆ ว่างจากตัวตน

สัญญาความจำมั่นหมาย ก็เกิดดับ ๆ ว่างจากตัวตน

สังขารความคิดทั้งหลาย ก็เกิดดับ ๆ ว่างจากตัวตน

วิญญาณความรู้สึกที่มีทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เกิดดับ ไม่มีตัวตน

แต่ถ้าวิญญาณ
(คือตัวรู้ มองแต่ภายนอก ไม่มองเข้าในตัววิญญาณเอง
มันจะไม่เห็นว่าวิญญาณก็เกิดดับ ว่างจากตัวตน
เมื่อวิญญาณดับสี่ตัวข้างหน้าก็ดับหมด)

เราไปคิดว่าจิตมีอยู่ในนั้น

จริง ๆ มันไม่มี

‘จิต’เองก็เป็นอนิจจัง เป็นอนัตตา เป็นสุญญตา

ว่างจากตัวตน

ข้นธ์ ๕ ก็เป็นอนิจจัง เป็นอนัตตา ว่างจากตัวตน

… ทั้งหมดนี้ล้วนว่างจากตัวตน …

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ไม่ใช่กู”
http://www.santibunpot.com/

ลูกกุญแจ ไขสู่ความเป็นอิสระ

ลูกกุญแจ ไขสู่ความเป็นอิสระ
ถ้าไม่สะสม ‘ปัญญา’ หรือ ‘วิชชา’ ไว้เลย

ก็เหมือนกับถูกลูกกุญแจ ลูกที่หนึ่ง..ล็อกไว้

ลูกที่สอง.. สาม.. สี่.. ห้า.. หก.. ล็อกทับซ้อนไปเรื่อย ๆ

จนกระทั่งทนอึดอัด แบกรับกุญแจไม่ไหว

ปลดล็อกก็ไม่ได้ ไม่มีลูกกุญแจให้ไข

…เพราะไม่รู้จักลูกกุญแจ…

…ไม่แสวงหาลูกกุญแจ…

เราต้องรู้จักใช้ลูกกุญแจที่พระพุทธเจ้าบอก

ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา นำมาปฏิบัติ

เมื่อปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติตรงแล้ว

ก็สามารถนำมาไขกุญแจหรือไขความทุกข์

ไขปัญหาต่าง ๆ ออกไปได้

เพื่อความเป็นอิสระจากเครื่องผูกพัน

หรือ ”.. โซ่ตรวนของอวิชชา.. ”

และหมดจากวัฏฏะแห่งความทุกข์เสียที

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ไม่ใช่กู”
http://www.santibunpot.com/

สามารถถึงนิพพาน ถึงความว่างได้ทุกคน

จิตว่างแบบจบหลักสูตร
เพราะเข้าใจผิดว่าคิดว่า จิตก็ดี กายก็ดี

สิ่งภายนอกทั้งรูป เสียง กลิ่น รสก็ดี เป็นของเที่ยง ยั่งยืน ไม่เกิดไม่ดับ

เห็นว่ามันเป็นสุขจึงเที่ยวตามหากันจนตลอดชีวิต

เรายึดมั่นถือมั่น ปล่อยวางมันไม่ได้ เห็นเป็นตัวตน

ไม่เชื่อว่า ‘ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีเราไม่มีเขา’

เพราะไม่ได้ปฏิบัติธรรมให้เกิดปัญญา เห็นความเป็นจริง

คนที่ขาดตาปัญญา เห็นแค่ตาเนื้อภายนอก

จึงทำให้จิตโง่จมปลักอยู่เช่นนั้น

มันจึงแบกจิตมาเป็นตัวตน แบกกายมาเป็นตัวตน

ตลอดถึงความแก่ ความเจ็บ ความตาย

ก็แบกเอาไว้ให้หนักจิตโง่นั้น ไม่ใช่หนักที่กาย

ลองพิจารณาดูเถิดว่า ความสุขและความทุกข์ที่เรายึดถือ

ทำให้จิตหนักใช่หรือไม่..?

ลองเอาจิตของเราคืนให้ธรรมชาติไปเสีย ไม่ต้องไปเอามาเป็นเจ้าของ

มันก็เบาไปหมด นี่แหละคือการรู้จัก ปล่อยวาง

แค่ปล่อยวางจิตตัวเดียวพอ อย่างอื่นก็ถูกปล่อยวางไปหมด

คนฉลาดเขาปฏิบัติอย่างนั้น

พระอรหันต์ทั้งหลายท่านปฏิบัติอย่างนั้น

แม้แต่คิดด้วยจิตสักแวบหนึ่งว่า เรา ‘เป็น’

พระอรหันต์ ท่านก็ไม่คิด

ถ้า เราเป็น มันก็หนักอีก เรามี มันก็หนักอีก

สู้ว่างจากตัวตนของตนไม่ได้

ถ้าอยู่ด้วยจิตว่างโดยไม่ยึดถืออะไรเลย มันก็เบาไปตลอดขีวิต

อยู่ด้วยความเบา เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น

อย่าไปคิดว่าการปล่อยวางจิตนั้นต้องเป็นพระ เป็นชีเท่านั้น จึงจะทำได้

‘…ชาวบ้านก็มีจิต ชีก็มีจิต พระก็มีจิต.. ‘

ไม่ว่าบุคคลผู้ใด ถ้าไม่ยึดถือว่าเป็นจิตเป็นตัวกูของกูแล้ว

สามารถถึงนิพพาน ถึงความว่างได้ทุกคน

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ไม่ใช่กู”
http://www.santibunpot.com/

จิตนั้นดับ สงบ เย็น หมดสิ้นแล้ว

จิตว่างแบบจบหลักสูตร
นิพพานของคนโง่ เข้าใจกันว่าตาย

ไม่ได้ตาย

พระพุทธเจ้ายังเป็นอยู่ตลอดกาล ไม่มีตาย

จิตที่เป็น “ตัวกู” ของท่านเท่านั้นที่ตายไป

แล้วก็เกิดจิตพุทโธขึ้นมาทันที

เป็นจิตที่รู้ “อริยสัจ รู้ขันธ์๕ รู้ปฏิจจสมุปบาท”

ทั้งฝ่ายทุกข์และฝ่ายดับทุกข์

จิตจึงปล่อยจิต ไม่ยึดเอาจิตมาเป็นตัวกูอีกต่อไป

นั่นแหละคือ จิตว่าง จิตดับหมด

จิตนั้นสงบเย็นหมด จิตนั้นเข้าสู่ธรรมชาติหมด

กาย วาจา ใจ ก็สงบเย็นหมด ไม่มีตัวกูอีกต่อไป

วิญญาน นามรูป อายตนะ ผัสสะ เวทนา ดับเย็นหมด

เหลือแต่ร่างกายที่ไม่ใช่ ตัวกูของกู

มันจะสิ้นลม หรือจะอยู่ไปนานเท่าไร ก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ

สุดแล้วแต่เหตุปัจจัยภายนอก

แต่สำหรับภายใน คือ จิตนั้นดับเย็นหมดสิ้นแล้ว

นั่นแหละ ที่สุดของความทุกข์อยู่ที่ตรงนี้

ผู้อ่านอ่านแล้วลงมือปฏิบัติเข้าเถิด อย่าได้ท้อถอย

อย่าเลี้ยงเสือเอาไว้

ปล่อยจิตที่ถูกยึดถือว่าเป็นตัวกูตัวนั้น

ปล่อยเสือเข้าป่าเสีย ให้มันเป็นธรรมชาติ

ให้เสือตัวนั้นอยู่แต่ในป่าแห่ง “วิวัฏฏะ”

จากเสือก็จะกลายเป็นแมวเชื่อง ๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ไม่ใช่กู”
http://www.santibunpot.com/