วันไหนที่พ้นจากความเป็นทาสของอวิชชา ค่อยประกาศตัวว่าข้าเป็นอิสระ

วันไหนที่พ้นจากความเป็นทาสของอวิชชา ค่อยประกาศตัวว่าข้าเป็นอิสระ
วันนี้อย่ามาประกาศตัวว่าเป็นความสุขซะให้ยาก เพราะว่าตราบใดที่เรายังเป็นทาสอะไรอยู่ เราจะมาบอกตัวว่าเป็นความสุขได้ยังไงโดนมันจิกหัวบงการใช้
สมัยก่อน ก่อนที่ผมจะบวชผมก็คิดว่าฆราวาสนี่อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากไปไหนก็ได้ไป ฆราวาสมีชีวิตที่อิสระ พระไม่อิสระเลย อยากไปไหนก็ไม่ได้ไป อยากทำอะไรก็ไม่ได้ทำ อยากจะฉัน(กิน)อะไรก็ไม่ได้ฉันเเล้ว เเต่เขาจะจัดมาให้ เเล้วเเต่เขาจะใส่บาตรมาให้ ผมมีความรู้สึกว่าพระไม่อิสระเลย จนกระทั่งผมเข้าไปบวชผมถึงรู้เลยว่าเราคิดผิดล่ะ
พระเป็นอิสระ ฆราวาสไม่อิสระเลย ที่เราบอกว่าอยากกินอะไรก็ได้กิน เราต้องเติมไปอีกคำหนึ่ง เราลืมเติมไปว่า “ลองไม่ได้กินสิ เเล้วมันจะดิ้นให้ดู” อยากไปไหนก็ได้ไปเราบอกว่าเราเป็นอิสระ “ลองไม่ได้ไปสิ ดูซิจะหน้าหงิกหน้างอไหม” อยากเป็นอะไรก็ได้เป็น “ลองไม่ได้เป็นสิ” ไม่ว่าจะตำเเหน่งไหนๆไล่ตั้งแต่ผู้ช่วยจนถึงรัฐมนตรี ลองไม่ได้เป็นดั่งใจสิ เห็นยิงกันมาเยอะแล้ว
นี่นะอิสระ?
ตราบใดที่ยังเป็นทาสให้ธรรมชาติ ธรรมชาติหนึ่งจิกหัวบงการสั่งได้ตลอดเวลา อย่ามาประกาศตัวว่าตัวเองเป็นอิสระ ทาสไม่มีสิทธิประการตัว วันไหนที่พ้นจากความเป็นทาสของอวิชชาค่อยประกาศตัวว่าข้าเป็นอิสระ วันที่ข้างในโพล่!ขึ้นมาประกาศตัวว่า “ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ต้องทำได้ทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นที่ต้องทำเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก” วันนั้นค่อยประกาศตัวว่าเราเป็นอิสระ
เพราะฉะนั้นเส้นทางที่จะเดินไปสู่การประกาศอิสรภาพจริงๆ
อาศัยมรรคมีองค์แปด
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ส่วนหนึ่งจากธรรมบรรยายในคอร์สปฏิบัติธรรม มัคคานุคาเบื้องต้น

ความน่ากลัวของสังสารวัฏ

ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าออกเสด็จบิณฑบาตร
แล้วพอเห็นสุนัขข้างถนนท่านก็แย้มพระสรวร
ก็คือท่านยิ้ม พระอานนท์จึงเดินเข้ามาแล้วถามว่า
มีอะไรหรือพระเจ้าข้า
พระพุทธเจ้าบอก
“อานนท์ สุนัขตัวนี้ชาติที่แล้วเป็นลูกกษัตริย์
ก่อนหน้าเป็นลูกกษัตริย์เป็นหมูในเล้า
ก่อนหน้าหมูในเล้าเป็นเทวดา”
พระอานนท์พอได้ยินเท่านี้เอง
โอโหสังสารวัฏนี้น่ากลัวยิ่ง
ผมถามว่าตอนเป็นมนุษย์จะรู้ไหมครับ
รู้ไหมครับว่าชาติหน้าจะเป็นหมา
มีใครรู้ไหมครับที่นั่งอยู่นี่
ชาติหน้าสมมุติว่าท่านต้องเป็นอย่างนี้
อย่างที่พระพุทธเจ้าพูดนี้
ไม่รู้
ชาตินี้ที่ว่าร่ำรวยยิ่งใหญ่นักหนา
ชาติที่แล้วเป็นหมูในเล้า
มีใครรู้ไหม
ก่อนหน้านั้นเป็นเทวดา
ตอนเป็นหมูรู้ไหมครับว่าคราวก่อนเป็นเทวดา
ไม่รู้
มีคนทูลถามท่านว่าแล้วโอกาสที่มนุษย์
จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีแค่ไหน
โอโหถ้าได้ยินท่านอุปมายิ่งหนักเลย
แปลว่าชาติที่ได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว
กว่าจะได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งนั้นนานลิบ
ถ้าเห็นความจริงอย่างนี้
จะไม่กล้าประมาทเลยกับชีวิต
เพราะอะไรครับ
ในพระไตรปิฏกท่านบอกเลยว่า
อุปมาเสมือนเต่าตาบอดตัวหนึ่ง
อยู่กลางทะเลที่กว้างใหญ่
ร้อยปีจะขึ้นมาหายใจหนหนึ่ง
ทะเลนั้นมีเรืออยู่ลำเดียว
ซึ่งอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้
เผอิญว่าคนบนเรือเอากระบอกไม้ตักลงไปในน้ำ
โอกาสที่เต่าตาบอกตัวนั้นร้อยปี
โผล่หัวขึ้นมาหายใจ
จะหัวเสียบเข้าไปในกระบอก
ที่ผู้ชายคนนั้นตักลงไปพอดี
นั่นคือโอกาสที่มนุษย์จะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
จากธรรมบรรยายเรื่อง “สติ(ตัวจริง) ความอัศจรรย์ ที่เราไม่เคยรู้จัก”

ท่านสามารถดูคลิปวีดีโอธรรมบรรยายฉบับเต็มได้ที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=D7JS5iVd2jg

กฏแห่งกรรม

— เนื้อหาด้านล่างต่อไปนี้อาจมีภาพที่รุนแรง —
.

แน่ใจนะว่าที่กำลังจะได้เห็นนี้
จะไม่เกิดกับท่านในชาติใดๆ
โลกมนุษย์เป็นทั้งนรกและสวรรค์
มันคือ ความจริง
ขนาด นรกบนโลก ยังโหดร้ายปานนี้
แล้วของจริงใน อเวจี
มหานรก จะขนาดไหน
อย่าลงไปเลย ท่านหยุดมันได้
ช่วยตัวเองเหมือนช่วยผู้อื่น
ช่วยผู้อื่นเหมือนช่วยตัวเอง
รู้เนื้อรู้ตัว คือมีสติ
ชีวิตที่ปกติ จะไม่สร้างความเดือดร้อน
ทั้งตนเอง และ ผู้อื่น
โชคดีหรือทำมาดี
ที่ยังมีน้ำดื่ม มีอาหาร มียา
11-4
12-4
13-4
14-4
ห่อเหี่ยว รู้ว่าจิตใจ กำลังห่อเหี่ยว
15-1-2
15-2-2
15-3-2
หดหู่ รู้ว่า กำลังหดหู่
ไม่มีใครหวังจะเป็นอย่างนี้
แม้แต่ตัวเขาเอง
แต่ทำไมจึงเป็นอย่างนี้
ไม่มีผลใด
ไม่มีเหตุเป็นที่มา
ขอรับรอง
เหตุแห่งเปรต ส่งผลให้เป็นเปรต
เหตุแห่งเดรัจฉาน ส่งผลให้เป็นเดรัจฉาน
ไม่เคยเป็นผู้ให้
รู้จักแต่จะเอา
อยากได้มันซะทุกอย่าง… ไม่เคยพอ
ท่านเป็นผู้กำหนดอนาคต ของตนเอง
จากการกระทำในทุกๆวินาที
อย่านะ อย่าสร้างเหตุให้เป็นเช่นนี้
25-2
26-2
27-2
28-2
29-2
นี่ขนาดแค่หนังตัวอย่างที่เขาส่งมาให้ดูบนโลก
ของจริง…..ยิ่งกว่านี้เยอะ…..
อย่าประมาทกับชีวิต จงเห็นให้เกิดปัญญา
32-3
“นรกมีจริง”
โหดร้ายกว่าที่เห็นเยอะ
35-3
36-3
38-3
39-1-3
39-2-3
ขอยืนยัน
มีผู้ที่พลาดไปเป็นจำนวนมาก
แล้วไม่สามารถกลับตัวได้ทัน
คนที่ตายแล้วฟื้น… ทุกคน กลับตัวใหม่หมด
ไม่กล้าทำชั่วอีกเลย… ทำไม
พวกเขาไป เห็นอะไรมา อย่างนั้นหรอ?
โลกมนุษย์เป็นภพภูมิที่สามารถกลับตัวได้
หากยังไม่ตาย
อย่าต้องใช้ชีวิตไปตามสัญชาตญาณเลย…
เราเลือกทางเดินได้ ด้วยการมีสติ
45-3
เคยต้องหิวขนาดนี้ไหม
ถ้าต้องหิวขนาดนี้จะทำอย่างนี้ไหม
แน่ใจเหรอว่า
จะไม่ ฆ่าตัวตาย หนีปัญหา
เราคิดไปไม่ถึงใช่ไหม
จะได้เห็นภาพ คนกินขี้ อย่างนี้
เขาทำอะไรมานักหนา
แน่ใจนะว่า ชาติหน้าจะไม่เป็นท่าน
ไม่มีใครรู้ว่าในอดีต เราทำอะไรมาบ้าง
ขออย่าเป็นเราเลย
52-3
สระผม??
โถ…เวรกรรม
ขอใครล่ะ
ในเมื่อเรารู้แล้วว่า กฏแห่งกรรม มีจริงๆ
เพียง ไม่สร้างเหตุที่เป็นอกุศล อีกต่อไป
แล้ววิบากกรรมฝ่ายอกุศลจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
55-3
ภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพ Kevin Carter
เป็นภาพที่ได้รับรางวัล Pulizer 1994
ภาพเหตุการณ์ที่ประเทศซูดาน

โดยเด็กกำลังคลานไปรับอาหาร
จากสหประชาชาติซึ่งห่างออกไปหลายกิโลเมตร
ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายเด็กคนนี้รอดหรือไม่
แต่แร้งก็เฝ้ารอเพื่อจะกินซากศพของเด็กคนนี้อยู่เช่นกัน

แม้นช่างภาพก็ไม่ทราบ… อีก 3 เดือนต่อมา
ช่างภาพก็ฆ่าตัวตายจากสถานการณ์เลวร้ายแสนกดดันที่นั่น

ทุกข์
ควรรู้
สมุทัย
ควรละ
นิโรธ
ควรทำให้แจ้ง
มรรค
ควรเจริญ
เพียงแค่รู้
ความประมาททั้งปวง
เป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหาย
ฝึกที่จะรู้สึกตัว
กลับมาเป็น คนเต็มคน
เพียงแค่รู้
จบ
ไม่กลับมาเกิดอีก
การเกิดทุกครา เป็นทุกข์ร่ำไป
ถึงวันนี้ ผู้คนทั้งหลาย
กำลังรับผลแห่งกรรมที่เขาล้วนทำมาเองทั้งสิ้น
แต่ พวกเรา จะไม่นิ่งดูดายให้เขาต้องเผชิญกับ
เคราะห์กรรมนั้นอย่างโดดเดี่ยว

หนทางแห่งการพ้นทุกข์ยังมีอยู่
เราจะเดินหน้าประกาศคำสอนที่เป็นแก่นแท้อย่างไม่หยุดยั้ง
เพื่อให้พวกเขาได้รู้ว่า ทุกข์ ที่กำลังเกิดกับพวกเขา
นั้นคือหนทางออกจาก ทุกข์ อย่างถาวร
จงมีสติ เพื่อเกิดปัญญา พลิกสถานการณ์
แล้ววิมุตติ (ความหลุดพ้น)
ก็อยู่ตรงนั้นเอง

.

ส่วนหนึ่งจากธรรมบรรยายเรื่อง “กฏแห่งกรรม”
โดย “อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม”

หรือดูวีดีโอธรรมบรรยายนี้ แบบเต็มๆได้ที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=7PhJfXomdJU

สัมมาทิฎฐิ จะพาให้ข้ามภพข้ามชาติไหม

คำถามจากโยคี
“เรียนถามอาจารย์ครับ ในชาติปัจจุบัน ได้พบพระพุทธศาสนา มีสัมมาทิฎฐิแล้ว แต่ยังไม่บรรลุธรรม การมีสัมมาทิฎฐิ เข้าใจธรรม ถือเป็นสัญญาหรือไม่ เมื่อเกิดใหม่สัมมาทิฎฐิจะหายไป เหมือนสัญญาที่หายไป (จำอะไรไม่ได้เมื่อเกิดใหม่) หรือไม่? ขอบคุณครับ”
สรุปคงหมายความว่าเรา เข้ามาฟังธรรมแล้ว ได้มาพบพระพุทธศาสนา ได้อะไรอย่างนี้ แล้วก็กำลังพยายามที่จะปฏิบัติ สมมติว่าวันที่ตายไปสิ่งที่พอจะเข้าใจ สิ่งที่มาได้ยินจะบันทึกเอาไว้ในสัญญาแล้วก็ข้ามภพข้ามชาติไหม น่าจะอย่างนี้ถูกไหมครับที่ท่านกำลังสงสัย เอาล่ะก็ลองดูตรงนี้ก่อนแล้วกัน
อริยทรัพย์ ๗ ประการ ๗ ประการนี้ข้ามภพข้ามชาติตามที่พระพุทธเจ้าตรัส มีอยู่แค่ ๗ ประการนี้ ถ้าท่านมี ๗ ประการนี้ ก็น่าเชื่อได้ว่าในชาติต่อๆ ไปหากเหตุปัจจัยของท่านถึงพร้อม สิ่งที่ท่านสั่งสมไว้น่าจะออกมาได้ ต้องเข้าใจอย่างนี้ก่อน ถ้าสมมติว่าชาตินี้ท่านเข้าใจ เกิดศรัทธา เกิดศีล เกิดหิริโอตัปปะอะไรก็ตาม แต่ชาติหน้าท่านไปเป็นเดรัจฉาน เหตุปัจจัยของท่านไม่ถึงพร้อมที่สิ่งที่ท่านสั่งสมมาจะแสดงผลออกมาได้ก็ต้องเข้าใจ แต่หากท่านไปเกิดเป็นอยู่ในสุคติที่สามารถมีกายนี้ที่จะระลึกสิ่งเหล่านี้ออกมาได้ เหตุปัจจัยของท่านถึงพร้อมมันก็แสดงผลออกมาได้ ๗ ประการนี้ก็คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ ปัญญานะครับ ๗ ข้อ ข้ามภพข้ามชาติ ความเป็นผู้มีศรัทธาในพระรัตนตรัยจะฝังรากลึก เกิดชาติใดๆ หากยังมีพระพุทธศาสนา เส้นทางของท่านจะยังค่อยๆ เอียงๆๆ เข้าไปหาได้เรื่อยๆ อย่างเช่นมาในวันนี้ก็ดี หรือจะไปอยู่ตรงไหนก็ดี ท่านจะเอียงๆๆ ถ้าคนไม่สนใจเลยจะเอียงๆ เข้ามาไหมเนี่ย ไม่มีหรอก มันต้องมีอะไรบ้างล่ะ บางคนนั่งดู Youtube ใจลอยๆ เบื่อจังเลย มันสะกิดตึ๊กแล้วก็ลองนั่งดู ถ้าคนมันไม่มีเลยเนี่ยจะคลิ๊กเข้าไปใน Youtube ธรรมะอย่างนั้นหรือ ไม่มีหรอก จะดูทำไมน่าเบื่อเขาบอก แต่พวกเราเบื่อที่ไหน ตื่นตาตื่นใจออก มันก็เลยกลายเป็นอย่างนี้
สัมมาทิฎฐิ จะพาให้ข้ามภพข้ามชาติไหม
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ความทุกข์ในภพภูมิ และจิตดวงสุดท้าย

เหตุเกิดของเดรัจฉาน คือ อะไรครับ
โมหะ ความหลง หลงคิด ตายตอนเหม่อคิดเผลอคิด ปั๊บ! เรียบร้อย
แล้วง่ายมั้ยเหม่อคิดเผลอคิดเนี่ย ก็คิดตลอด มันเหม่อทั้งวัน มันเผลอทั้งวัน แล้วจะเหลือเหรอ
มีครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อท่านดีกว่า เป็นหลวงปู่ ท่านก็มรณภาพไปแล้วล่ะ ทุกคนก็ทราบดีว่าท่านจบกิจจบหน้าที่ไปแล้ว แล้วท่านก็เป็นผู้ที่มีอภิญญากล้ามาก ก็มีลูกศิษย์ใกล้ชิด ถามท่านว่า อะไรเป็นเหตุที่หลวงปู่ ชาตินี้ถึงได้มุ่งมั่นปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้น
หลวงปู่ก็เล่าให้ฟัง บอกว่า ชาติหนึ่งหลวงปู่เกิดเป็นวัว ชาตินั้นเจ้าของวัวเขาลากวัวไปอยู่กลางทุ่ง แล้วเขาก็ผูกเอาไว้ แล้วเขาไปทำธุระทั้งวันเลย
วัวเนี่ยหิวน้ำใจจะขาด มันร้อน
เอาไปผูกไว้กลางทุ่ง น้ำก็ไม่มี นานไปหลายชั่วโมง มันหิวมาก มันก็ร้อง
มันพยายามสะบัด ยิ่งวัวสะบัดเท่าไหร่คนก็จะว่าวัวบ้า ก็เอาหินบ้าง เอาท่อนไม้บ้าง ขว้างกันใหญ่เลย
เฮ้ย! วัวมันจะบ้าๆ ก็ขว้างกันใหญ่ เด็ก ๆ ก็มาแกล้ง
หิวน้ำใจจะขาด…
ร้องบอกใครก็ไม่มีใครเขาฟังรู้เรื่อง ไม่มีใครเขาเอาน้ำมาให้ มีแต่คนเขาบอกว่า วัวมันจะบ้าๆ
ท่านบอกทรมานสุด ๆ ตอนเกิดเป็นเดรัจฉานทรมานที่สุดเลย หลวงปู่ไม่เอาอีกแล้วไม่ขอกลับไปเกิดอีกแล้ว มันมีแต่ทุกข์ ชาตินี้จึงตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติอย่างเดียว เดรัจฉานไปง่าย
ครูบาอาจารย์อีกท่านหนึ่งที่มีอภิญญาท่านก็เล่าให้ฟัง.. ชาตินั้น….ท่านบวชเป็นพระด้วย แล้วก็นั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ กำลังเหม่อๆ เพราะว่าที่วัดกำลังทำก่อสร้างกัน แต่ก็ขี้เกียจไปทำก่อสร้างกับเขา ก็เลยไปนั่งอยู่ริมน้ำ นั่งเหม่อลอยไป แล้วก็ตก! พลาด…ตกน้ำ..ตู้ม…แล้วตายเลย เกิด..ผลั๊วเลย เป็นวัวในวัดเลยทีนี้
เป็นพระอยู่ดีๆ เลย ไปเกิดในท้องวัวแล้วก็คลอดออกมาในวัดเลย ทีนี้เป็นวัวไปอีกชาติหนึ่งอยู่ในวัดนั้นเลย แว๊บเดียวแค่นั้นเอง รู้ตัวอีกทีเป็นวัวไปเลย ตายจากวัวนั่นหน่ะก็ไม่เอาแล้ว เร่งทำความเพียร แว้บเดียวเลย กำลังนั่งเหม่อ ๆ อยู่ริมน้ำ แล้วปัง! อีกทีเป็นวัวเลย
เหม่อไม่ได้เลยนะครับ ภูมิเดรัจฉาน ไม่ได้เชียว เวลาเขาเรียงภูมิกัน มนุษย์มันอยู่กลางๆ แล้วก็เป็นภูมิที่เหมาะสม สมควรต่อการปฏิบัติสุดๆ แล้วล่ะมนุษย์ เพราะมีทั้งสุขและทุกข์ปนเปเปปนกันให้เห็นอนิจจังได้ง่ายดาย แล้วชีวิตช่วงนี้เนี่ย 80 ปี จะว่าสั้นก็สั้นแหล่ะแต่ก็ มันก็เห็นการเกิดดับรวดเร็วล่ะ
ทีนี้ต่ำกว่ามนุษย์ รองลงมา เปรต จากเปรต.. อสุรกาย จากอสุรกาย เดรัจฉาน เดรัจฉานแล้วสัตว์นรก เดรัจฉานต่อสัตว์นรกเลยนะครับ
เพราะมันมีกายหยาบ กายหยาบเนี่ยทุกข์สุดๆ อย่านึกว่าเกิดเป็นหมาดีนะครับ ถ้าท่านมีกล้องวงจรปิดตามหมา ทุกข์สุดๆ เลย ไอ้หมาบ้านที่เราเลี้ยงๆ กันยังโชคดีว่ามีอาหารกิน แสดงว่าทำทานมาดี สมัยเป็นคนชอบทำทาน แต่ไม่ชอบภาวนา เกิดเป็นเดรัจฉานอานิสงค์ก็ยังส่ง ได้กินเพ็ดดีกรีบ้างได้กินอะไรบ้าง สมัยเป็นคนเขาทำทานมาดี เลยได้กินยี่ห้อดีๆ ยี่ห้อดังๆ มีสปาหมาต่างหาก
แต่เวลาท่านออกจากบ้านล่ะ ท่านยิ่งให้มันมากเท่าไหร่ ขอโทษ มันไม่ได้มีสตินะ มันยิ่งติดท่านมากเท่านั้น ยิ่งติดยิ่งผูกพัน ยิ่งผูกพัน..ยิ่ง.. วันใหนท่านออกไปมาเข้าคอร์ส ๕ วันเนี่ย ตอนนี้ท่านว่ามันเป็นยังไง?
หงอยล่ะครับ จะกลับไม่กลับ จะมาไม่มา เมื่อไหร่จะมา มันทุกข์ใจจะขาด
ผมเคยให้น้องสาวที่เลี้ยงหมา เมื่อก่อน โอ๊ยหมาเกิดเป็นหมาสบายนะ เขาบอก ใครๆ มันก็อิจฉาหมา
ผมบอกลองดูนะ ตอนเช้าออกไปทำงานลองแอบดู
โอ้โฮ มันเศร้าไม่มีอะไรเหมือน มันยืนหน้าประตูแล้วก็รอ
ขอยกตัวอย่าง แต่ไม่ได้มาเทียบกรณีเดียวกันนะ คุณแม่ที่นั่งรอลูกกลับบ้านดึก ลูกท่านยังไม่กลับอ่ะ ๑ ทุ่มก็ยังไม่กลับ ๒ ทุ่มก็ยังไม่กลับ ๕ ทุ่มก็ยังไม่กลับ ตี ๑ ก็ยังไม่กลับ ใจแม่เป็นยังไงครับ?
แม่ยังเป็นคนยังพอมีสติยังพอจัดการกับเรื่องภายในได้บ้างนะ แต่หมาเนี่ยตามสัญชาตญาณเลย รับรองได้ว่าบีบคั้นทุกข์สุดๆ แล้วต้องเป็นอย่างนี้ทุกวันๆๆ
ไม่งั้นเขาไม่เรียกทุคติภูมิหรอก ทุคติภูมิ ไม่มีสติระลึกนะ สิ่งที่ท่านฝึกไว้ทั้งหมดเมื่อเปลี่ยน เปลี่ยนขันธ์ รูปกายของมัน กับขันธ์ของมันไม่พร้อมที่จะรองรับสิ่งที่ท่านฝึกมา
มีเด็กคนหนึ่ง น้องหมิว เคยยกตัวอย่าง เขาพอจะเข้าใจตรงนี้เขาเลยอุปมาขึ้นมา ถามว่าอย่างนี้ใช่มั๊ย โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ จอสี เข้า Internet ได้ ซิมของมันทุกอย่างถูกบรรจุไว้ในซิม ข้อมูลทั้งหลายก็ถูกบรรจุไว้ในซิม พอโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ Pocket PC หรือ Iphone อะไรนี้มันพัง ข้อมูลทั้งหลายคล้ายๆ กับจิตหรือวิญญาณถูกสั่งสมไว้ในซิม ซิมเอาไปใส่โทรศัพท์ประเภทจอขาวดำรุ่นเก่า ที่มันไม่ทรงประสิทธิภาพเหมือนยุคนี้ พอยัดซิมเข้าไป ได้แค่โทรเข้าโทรออก
ข้อมูลอันบรรเจิดของท่านทั้งหมดใช้ไม่ได้เลย เพราะในโทรศัพท์มือถือรุ่นนั้นไม่สามารถเอาข้อมูลหรือว่าแปลงข้อมูลพวกนั้นขึ้นมาใช้เหมือนเดิมได้ แต่ข้อมูลไม่หายหรอกยังอยู่ในซิม รอวันเวลาให้ไปเจอ Iphone ตัวใหม่ หรือ Pocket PC ตัวใหม่หรืออะไรตัวใหม่ Smart Phone ตัวใหม่
เพราะฉะนั้น เมื่ออัตตภาพมันเปลี่ยนไป ข้อจำกัดมันมีอยู่
ดีที่สุดอย่าไปสร้างเหตุให้มัน
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ธรรมบรรยายวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕
สามารถฟังเสียงธรรมบรรยายช่วงนี้ได้ที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=75Fh7EKHI8M