(การ์ดคำสอน) ให้ยึดคำสอนของพระพุทธเจ้า

จำไว้นะ
ถ้าคำสอนเริ่มขัดแย้งกันระหว่างครูบาอาจารย์

ให้ยึดคำสอนของพระพุทธเจ้า

อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ส่วนหนึ่งจากธรรมบรรยายในคอร์สปฏิบัติธรรม “มัคคานุคาฮอลแลนด์”
สามารถชมคลิปวีดีโอธรรมบรรยายในคอร์สปฏิบัติธรรมนี้ได้ที่
https://youtu.be/XB4GFo_yW0c?list=PLDzf9cyBwgxAYfYKakVstReI_0qp6f3M-

ชายหนุ่มผู้มองเห็นโลก

พ่อหนุ่ม ตอนที่ลูกยังแบเบาะ ลูกถูกโจรลักพาตัวไป ลูกไม่รู้หรอกเพราะลูกยังไร้เดียงสา จนลูกโต แต่แล้วโจรก็ฝึกให้ลูกเป็นคนเห็นแก่ตัว ลูกไปเห็นอะไรเข้า ไปพบอะไรเข้า ลูกก็เอามาเป็นตัวกูของกูหมด และที่น่าสังเวชที่สุด คือ ลูกเป็นคนตาบอด เพราะโจรตั้งแต่หัวหน้าโจร จนถึงบริวารโจรทั้งหมด ล้วนเป็นคนตาบอดทั้งนั้น ลูกไปหยิบฉวยอะไรเข้า ไปได้ยิน ได้กลิ่น ไปสัมผัสอะไรเข้า ลูกก็เอามาเป็นตัวตนของตนหมด จนบ้านหรือรังโจรของลูกรกรุงรัง ไม่มีที่เก็บที่งำ แล้วลูกก็เที่ยวหอบ เที่ยวไปด้วยการทูนการแบกตลอดไปในชีวิตของลูก
ชายหนุ่มผู้มองเห็นโลก
จนในวันหนึ่ง ลูกไปพบกับพระรูปหนึ่ง บังเอิญว่าพระรูปนั้นไม่ใช่พระธรรมดา หรือว่าธรรมดาแสนที่จะธรรมดา เห็นลูกเข้า พระรูปนั้นก็อ่านนิสัยลูกออก ก็เลยบอกลูกว่า ลูกน่ะเป็นคนตาบอด และลูกถูกโจรลักพาตัวไปตั้งแต่เด็ก ๆ ที่เป็นทารกอยู่ และลูกก็พยายามหาทางออกโดยสัญชาตญาณ ลูกค้นหาอยู่เรื่อยไป ตลอดชีวิตของลูก จนอายุครบสามสิบหกปีแล้ว ลูกก็ยังแบกยังทูนอยู่อย่างนั้น ด้วยความสงสาร พระรูปนั้นก็เลยบอกความจริงให้ฟัง พร้อมด้วยการให้ยาไปหยอดตา และพูดว่าลูกจงหยอดมันวันละหลาย ๆ ครั้ง พร้อมด้วยดื่มเข้าไปด้วย แล้ววันหนึ่งลูกก็รู้เอง
นายหนุ่มคนนั้นก็ปฎิบัติตามที่พระสั่ง จนวันหนึ่งตาของเขาก็ค่อย ๆ ลืมขึ้น เห็นโน้นเห็นนี่ตามความจริง เห็นทุกอย่างไหลไป ๆ ไม่มีอะไรสักอย่างเดียวที่หยุดนิ่งที่ไม่ไหล แม้แต่ร่างกายและจิตของเขา และสิ่งที่เขาแบกเขาทูนอยู่นั้น เขาจึงบอกกับพระรูปนั้นว่า หลวงพ่อ หลวงพ่อ ผมเห็นแล้ว ผมเห็นแล้ว เมื่อก่อนผมไม่ได้เป็นลูกโจร ผมเป็นลูกของโจรเพราะผมเข้าใจผิด จึงเข้าไปยึดถือเอารูปบ้าง เวทนา รวมทั้ง สัญญา สังขาร วิญญาณ เอามาเป็นตัวตนหมด หลวงพ่อผมพยายามปล่อยวางมันแล้ว ผมไม่ใช่ลูกโจรแล้ว ๆ ผมจะเป็นลูกหลวงพ่อ ๆ คือหลวงพ่อสุญญตา หลวงพ่อ
ชายหนุ่มผู้มองเห็นโลก
เมื่อเรียกหลวงพ่อแล้ว เขาพูดจนคำพูดนั้นออกมาจากลำคอไม่ทัน มันไหลออกจนล้น หลวงพ่อ ผมเห็นแล้ว ผมเห็นแล้วหลวงพ่อ ดีละลูกที่ลูกมีตาดีขึ้นมา ลูกอย่าประมาทนะ ลูกต้องหยอดและกินยานี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะหายบอดสนิท และอะไรที่ลูกแบกมันพะรุงพะรังนั้น ลูกทิ้งมันเสียให้หมด อย่าให้มีอะไรเหลือ แล้วลูกมาอยู่กับหลวงพ่อเสีย คือหลวงพ่อสุญญตา หลวงพ่อว่างอย่างไรล่ะ แล้วก็มาทำงานช่วยหลวงพ่อด้วยการแจกยานี้ให้คนตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ เพื่อเขาจะได้เป็นคนปกติ ดับเย็นสนิท มีจิตใจที่สงบเย็น มีกายวาจาที่ไม่ก้าวร้าว เพราะเขาได้กินยาวิเศษของหลวงพ่อ ซึ่งยานี้เป็นยาวิเศษแสนที่จะวิเศษ หลวงพ่อได้สูตรมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นหมอยามาก่อน และถ่ายทอดกันเรื่อยมา และยานี้ไม่ได้ขาย มีแต่แจกฟรี แถมฟรี ให้ฟรี แต่คนไม่ค่อยรับเอา หรือรับแล้วก็ไม่ได้กินไม่ได้หยอด เขาไม่เห็นเพราะตาบอด เขาบ่นว่า ยาบ้าบออะไรไม่รู้ เอาลิ้นไปเลีย ๆ หน่อยหนึ่งก็พูดออกมาว่า มันขมมันขม เขาเลยขว้างมันทิ้งเสียตรงนั้นเอง
แต่คนตาบอดคนไหนที่เชื่อ เขาก็เอาไปกิน เอาไปหยอด เช้า กลางวัน เย็น ถ้าเขาขยันเขาก็หยอดได้ตลอดเวลา ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง นอน กิน อาบ ถ่าย ไม่นานเขาก็มีตาที่สว่างไสวด้วยปัญญา คือตาใจที่โจรลักพาไปกลับมาแล้วมาอยู่กับหลวงพ่อสุญญตาแล้ว
เมื่อครั้งกระโน้นเขาพูดแต่คำว่า ตัวกู ของกู แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่เอาแล้ว เขาเห็นทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมทั้งกายและจิตใจ เป็นธรรมชาติที่ว่างจากตัวตนหมดโดยเด็ดขาด เขาจึงเรียกออกมาด้วยวาจาที่สั่นไหวว่า หลวงพ่อ หลวงพ่อ หลวงพ่อสุญญตา ลูกจะอยู่กับหลวงพ่อแล้ว ลูกจะไม่ไปไหนแล้ว ลูกจะอยู่กับหลวงพ่อตลอดไป หลวงพ่อช่วยผมด้วย แล้วต่อไปผมจะเป็นหลวงพ่อ ผมจะทำงานแทนหลวงพ่อ ผมจะมีจิตเหมือนหลวงพ่อ คือหลวงพ่อจิตว่างของผม หลวงพ่อช่วยผมแล้ว ผมจะกินยาหลวงพ่อตลอดไป ผมจะไม่ดื้ออีกแล้ว ผมจะอยู่กับหลวงพ่อตลอดไป และผมจะไม่ลืมหลวงพ่อ
และยังมีผู้หญิงคนหนึ่ง ตาบอดมาแต่กำเนิดเหมือนกัน หลวงพ่อให้ยาไป แกก็กินและหยอดยานั้นทั้งเช้า เย็น ตอนกลางวัน ยิ่งหยอดมากกินมากยิ่งดี ไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร แกก็ทำตามสูตรที่หลวงพ่อบอก แกก็เลยพูดเหมือนกับพ่อหนุ่มนั่นแหละ แกพูดว่า ดิฉันมองเห็นแล้วหลวงพ่อ ดิฉันมองเห็นแล้ว เออดีแล้ว ๆ ขออนุโมทนาสาธุด้วย ที่โยมได้เกิดดวงตาขึ้นมาใหม่ ตานอกมันบอด เพราะมันเห็นอะไรมีไปหมด ตานอกมันโง่ แต่ตาในมันเกิดปัญญาหรือตาปัญญาขึ้นมาเรียกว่า จักขุง อุทปาทิ ต่อไปก็จะเกิดตัวรู้ที่แรงขึ้นกว่าเดิมเรียก ญานัง อุทปาทิ เกิดปัญญาที่แหลมคม หรือเรียกว่า ญาณ ปัญญา ทั้งสติก็ค่อยสมบูรณ์ขึ้น ชื่อ ปัญญา อุทปาทิ จากโง่ก็เกิด วิชชา คือตัวรู้ รู้อะไร รู้อริยสัจสี่ รู้ขันธ์ห้า รู้ปฏิจจสมุปบาทฝ่ายทุกข์ และฝ่ายดับทุกข์โดยสิ้นเชิง และต่อไปโลกนี้ก็สว่างจ้าแก่เขา แต่ข้อสำคัญ อย่าประมาท ต้องกินยาและหยอดยานี้ต่อไปอย่าได้ขาด ทั้งเช้า กลางวัน เย็น กลางคืน หรือแม้ขณะทำงาน หลวงพ่อรับรองว่าหายแน่
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก (พระวิปัสสนาจารย์)
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “จดหมายถึงพ่อหนุ่ม”
https://makkanuka.files.wordpress.com/2015/02/letter-to-the-man.pdf

สามารถศึกษาธรรมะข้อธรรมจาก หลวงพ่อเอี้ยน เพิ่มเติมได้ที่
http://www.santibunpot.com/

เพราะมีอริยมรรค นิโรธจึงเกิดขึ้น

เพราะมีอริยมรรค นิโรธจึงเกิดขึ้น
โลกนี้ถ้าไม่มีอริยมรรคมีองค์ ๘ หรือปัญญาการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โลกนี้ทั้งหมดจะมีแค่ทุกข์กับสมุทัย ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ โลกนี้ทั้งหมดตั้งแต่ก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าไม่มีอริยสัจสี่ แต่มีความจริงอยู่สองประการคือทุกข์กับสมุทัยที่มีค้างอยู่ในโลก แล้วก็จะมีต่อเนื่องไปไม่ว่าพระพุทธเจ้าจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ตาม ทุกข์กับสมุทัยจะมีอยู่ แต่ถ้าใครไม่รู้จักอริยมรรค นิโรธ จะไม่เกิดขึ้น
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ธรรมบรรยายจากรายการ “สุขทุกวัน ๗ วัน ๗ กูรู”
ทาง AMARIN TV HD วันที่ (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๘)

ท่านสามารถดูคลิปวีดีโอธรรมบรรยายรายการนี้ฉบับเต็มได้ที่นี่
https://youtu.be/0TYI0kVzSks?list=PLDzf9cyBwgxCNwRsjZgHTiJdfW0iznaQ5

หนทางแห่งการพ้นทุกข์ อริยมรรคมีองค์ ๘

หนทางแห่งการพ้นทุกข์ อริยมรรคมีองค์ ๘
มนุษย์ทั้งหลายล้วนแสวงหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์ หรือไม่ก็พยายามแสวงหาความสุขด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นคนในพุทธศาสนาและบุคคลในศาสนาอื่นๆ ไม่มีใครอยากอยู่กับทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นเพียงขณะสั้นๆ ก็ตาม แต่กลับไม่มีใครเลยที่สามารถจะพบทางพ้นทุกข์อย่างแท้จริงได้เลย
ข้อปฏิบัติที่จะเดินทางไปสู่ที่สุดแห่งทุกข์นั้น มีมหาบุรุษผู้สั่งสมบารมีมาอย่างมากมายคือ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทรงตรัสรู้อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ดังนั้น มรรคจึงต้องมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการพ้นทุกข์ของบุคคล เพราะหากไม่มีมรรค มนุษย์จะหาทางออกจากทุกข์ไม่ได้เลย ตอนนี้ท่านทั้งหลายอาจจะยังไม่เชื่อ อ่านไปให้จบ ทำความเข้าใจ แล้วน้อมนำไปปฏิบัติ แล้วท่านจะพบว่าทุกข์จะลดลงโดยลำดับ ทุกวันนี้ที่ทุกคนแก้ทุกข์กันอยู่นั้น ก็ทำได้แต่กลบเกลื่อนไปวันๆ เสมือนการกวาดขี้ฝุ่นไปไว้ใต้พรมเท่านั้นเอง ทุกคนพูดกันได้เพียง คนดี ความดี คนชั่ว ความชั่ว การมีศีลมีธรรมล้วนทำให้คนเป็นคนดีทุกศาสนา แต่ท่านตอบคำถามได้เองว่า การเป็นคนดีนั้นพ้นทุกข์ไหมเมื่อพลัดพรากไม่ว่าสิ่งรักหรือคนรัก คนดีดีแน่ๆ ไม่ใช่ไม่ดี แต่ไม่พ้นทุกข์ ทำได้อย่างมากก็อดทนระทมขมขื่นไว้ภายใน ดังนั้นความจริงคือ ไม่มีใครดับทุกข์ถาวรได้หากไม่ได้เดินตามมรรค (มัคคานุคา)
เราจะมาทำความเข้าใจจนถึงขั้นการปฏิบัติเพื่อให้เห็นผลกันจริงๆ โดยเน้นคำสอนที่พระองค์ตรัสรู้และทรงประทานไว้กับเหล่าสาวกทั้งหลายมาประมวลเพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน เพื่อประโยชน์ต่อการเดินทางของทุกๆ คนอย่างถูกต้องและชัดเจน และที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง อาจทำให้ชาวพุทธทั้งหลายได้เห็นภาพรวมของเส้นทางเดินจนหมดข้อสงสัย หากเราเข้าใจแก่นแท้แล้ว เราจะเลือกใช้อุบายต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ของแต่ละบุคคลได้
หนังสือเล่มนี้จะเน้นให้เกิดความเข้าใจในการปฏิบัติตามมรรคได้จริงๆ มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจในมรรคแต่ละข้ออย่างชัดเจนและนำไปปฏิบัติตามได้ เหมือนเราเข้าใจและจดจำศีล ๕ ได้อย่างขึ้นใจ
ซึ่งหากการประมวลพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมทั้งการแนะนำสาธยายสู่ความเข้าใจในครั้งนี้ ได้ทำให้เกิดความศรัทธาต่อการปฏิบัติ จนถึงการเข้าใจในธรรม จักเป็นเรื่องน่ายินดี และทำให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเพื่อเป็นที่พึ่งของบุคคลผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ที่แท้จริงสืบไป ทั้งในกาลปัจจุบันและในกาลอนาคต
เราจะมาทำความรู้จักมรรคทั้ง ๘ องค์กัน เพื่อจะยึดเป็นแนวทางในการเดินทางไปสู่ทางพ้นทุกข์ ตั้งแต่ระดับต้นๆ จนถึงขั้นสูงสุด เพื่อให้เราเข้าใจโดยไม่มีการบิดเบือนออกจากสิ่งที่พระองค์แสดงไว้ เราจะมาทำความเข้าใจกับแต่ละคำซึ่งเป็นคำจากพระโอษฐ์ว่าท่านตรัสไว้แก่ภิกษุว่าอย่างไรในแต่ละส่วนของมรรค ข้อสังเกตว่าคำใดเป็นคำจากพระโอษฐ์ ให้ดูคำว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย” หากมีคำนี้ นั่นเป็นคำที่พระองค์ตรัสจากพระโอษฐ์นั่นเอง เราจะศึกษาเรื่องมรรคกันในรายละเอียด ในส่วนของอริยสัจจะกล่าวถึงกันในตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้ แต่จะให้เห็นว่าเมื่อเกิดสัมมาทิฏฐิก็จะรู้อริยสัจ ๔ ขึ้นมา
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
๒๙ เมษายน ๒๕๕๔

ภาพและเนื้อหาจากหนังสือ “กลัวเกิดไม่กลัวตาย”
(อ่านแบบ PDF) https://makkanuka.files.wordpress.com/2015/02/gluagerd.pdf
(อ่านแบบ เล่ม) http://suanyindee.lnwshop.com/product/5/กลัวเกิดไม่กลัวตาย
(เสียงอ่านหนังสือ MP3) https://makkanuka.wordpress.com/2015/08/12/gluagerd-pdf-mp3/

(การ์ดคำสอน) เพราะได้เกิดเป็นมนุษย์ แล้วได้พบพระพุทธศาสนา

ของหายากในโลกที่พระพุทธเจ้าตรัส

‘ภิกษุทั้งหลาย ถ้าสมมุติว่า มหาปฐพีอันใหญ่หลวงนี้
มีน้ำท่วมถึงเป็นอันเดียวกันทั้งหมด
บุรุษคนหนึ่งทิ้งแอก’ (คือไม้ไผ่)

‘ซึ่งมีรูเจาะได้เพียงรูเดียวลงไปในน้ำนั้น
ลมตะวันออกพัดให้ลอยไปทางทิศตะวันตก
ลมตะวันตกพัดให้ลอยไปทางทิศตะวันออก
ลมทิศเหนือพัดให้ลอยไปทางทิศใต้
ลมทิศใต้พัดให้ลอยไปทางทิศเหนืออยู่ดังนี้

ในน้ำนั้นมีเต่าตาบอดตัวหนึ่ง
ล่วงไปร้อยปีร้อยปี มันจะผุดขึ้นมาครั้งหนึ่ง’

เอาล่ะ เราลองมาสังเกตอุปมาที่พระพุทธเจ้าตรัส
ท่านบอกว่าโลกใบนี้มีแต่น้ำอย่างเดียวไม่มีดินเลย
อุปมา สมมุติ ทำไมท่านต้องพูดอย่างนี้
เพื่อให้เห็นว่าน้ำมันเยอะขนาดไหน
เอาดินออกให้หมด

บุรุษคนหนึ่งทิ้งแอกไม้ไผ่
ยุคเราเอาให้ง่ายหน่อย
กระบอกข้าวหลาม แล้วเจาะรู รูหนึ่ง
ที่กลางกระบอก แล้วโยนลงไป

พระพุทธเจ้าบอกว่า
‘ลมตะวันออกพัดให้ลอยไปทางทิศตะวันตก’

เพื่อทำให้เห็นว่าเมื่อลมพัดมา
กระบอกไม้ไผ่จะลอยไปโดยอิสระ
เพราะฉะนั้นควบคุมกระบอกไม้ไผ่นี้ไม่ได้เลย
มันจะลอยของมันไปเรื่อยๆ

ในน้ำมีเต่าตัวหนึ่ง

เห็นไหมครับว่าท่านเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปอีก
เต่านั้นตาบอดด้วย เพื่อให้ดูยากขึ้นไปอีก
บอดไม่พอ ร้อยไปถึงจะขึ้นมาหายใจ
ไม่ใช่เหมือนเต่าตัวอื่นขึ้นมาบ่อยๆ
แต่นี่ร้อยปีขึ้นมาทีเดียว
อุปมาของท่าน
ใส่ความยากเข้าไป เงื่อนไขมากที่สุด
หลังจากนั้นท่านถามภิกษุว่า

‘เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร
จะเป็นไปได้ไหมที่เต่าตาบอดร้อยปีจะผุดขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง
จะยื่นคอเข้าไปในรูซึ่งมีรูเดียวอยู่ในแอกนั้น’

วันนี้ท่านฟังอุปมา ท่านนึกภาพเต่า
ท่านนึกภาพกระบอกข้าวหลาม ท่านนึกภาพมหาสมุทร
ทุกอย่างมันอยู่รวมกันเป็นก้อนอยู่ในหัวท่าน
ผมจึงต้องเพิ่มใหม่

ผมพาโยคีออกไปปฏิบัติธรรม
อยู่กลางเกาะกลางทะเลครั้งหนึ่ง
ขณะที่เรือวิ่งอยู่กลางทะเล
ซึ่งมีแต่มหาสมุทร ทะเลเว้งว้างไปหมด

ผมถามว่า ถ้ามีกระบอกไม้ไผ่ลอยอยู่ตรงนี้
ท่านคิดว่าเต่าตาบอดร้อยปี
สมมุติว่าครบร้อยปีพอดี มันโผล่ขึ้นมา
หัวมันจะเสียบเข้าไปพอดีไหม

ทุกคนเห็นมันเว้งว้างไปหมด
ตอนนี้เต่าตาบอดมันอาจจะกำลังดำน้ำอยู่ที่อเมริกา
แล้วหัวมันจะเสียบมาเจอกระบอกที่อยู่เมืองไทยได้ยังไง
แล้วพอมันจะว่ายมาเมืองไทย มันก็ตาบอดด้วย
แล้วสมมุติว่ามันพอจะได้กลิ่นกระบอกไม้ไผ่
ลมก็พัดไปทางทิศประเทศจีนแล้ว
เสร็จ ไม่ต้องเจอกัน

เพราะฉะนั้นจะเห็นเลยว่า
อุปมาของพระพุทธเจ้านั้นยากมาก
ภิกษุจึงบอกว่าข้อนี้ยากที่จะเป็นไปได้พระเจ้าข้า
ที่เต่าตาบอดนั้นร้อยปี ผุดขึ้นมาเพียงครั้งเดียว
จะยื่นคอเข้าไปอยู่ในรู ซึ่งมีอยู่รูเดียวในแอกนั้น

‘ภิกษุทั้งหลาย ยากที่จะเป็นไปได้ฉันเดียวกัน
ที่ใครๆ จะพึงได้ความเป็นมนุษย์’

เราเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
อย่านึกว่าได้อัตภาพนี้มาตลอดนะ
อย่านึกว่าชาติที่แล้วเป็นอย่างนี้นะ
แล้วก็อย่านึกว่าชาติหน้าจะได้อัตภาพนี้ด้วย
เพราะไม่อย่างนั้นพระพุทธเจ้าไม่อุปมาขนาดนี้

‘ยากที่จะเป็นไปได้ฉันเดียวกัน
ที่ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ จะเกิดขึ้นในโลก’

อันนี้เราพอเขาใจได้

‘ยากที่จะเป็นไปได้ฉันเดียวกัน
ที่ธรรมวินัยอันตถาคตประกาศแล้ว
จะรุ่งเรืองไปทั่วโลก’

สำคัญที่สุดตรงนี้แหละ

‘ภิกษุทั้งหลาย แต่ว่าบัดนี้ ความเป็นมนุษย์ก็ได้แล้ว
ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ ก็บังเกิดขึ้นแล้วในโลก
และธรรมวินัยอันตถาคตประกาศแล้ว
ก็รุ่งเรืองไปทั่วโลกแล้ว

ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในกรณีนี้
พวกเธอพึงกระทำโยคะกรรม เพื่อให้รู้ว่า
นี้ทุกข์ นี้เหตุให้เกิดทุกข์
นี้ความดับแห่งทุกข์

นี้คือหนทางให้ถึงความดับแห่งทุกข์’

จากธรรมบรรยายในคอร์สปฏิบัติธรรมคอร์สเข้ม
“ทุบเปลือก ทำลายเมล็ด” ๙-๑๕ มีนาคม ๒๕๕๖
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ฟังคลิปเสียงท่อนนี้ได้ที่นี่
http://www.youtube.com/watch?v=MbPlQWVDngE

ดาวโหลดฟังคลิปเสียงคอร์สปฏิบัติธรรมนี้ได้ที่นี่
https://makkanuka.wordpress.com/2015/02/19/destroy-seed/