ให้ใช้ศพเน่าเป็นเรือข้ามไปฝั่งพระนิพพาน

ให้ใช้ศพเน่าเป็นเรือข้ามไปฝั่งพระนิพพาน
ภาวนาไว้ จิตนี้ไม่ใช่กู ร่างกายก็ไม่ใช่ของกู ไม่ใช่กู ไม่ใช่ของกู ทีนี้มันจะโต้เถียงเราโต้เถียงเรา เราก็ตอบมัน ไม่ใช่กู
ไม่ใช่ของกูนี่เป็นของใคร ก็เป็นของธรรมชาติทั้งนั้น ไม่ใช่ของใคร ของธรรมชาติ เป็นของส่วนกลาง ส่วนกลางเขาให้เรายืมเอามาใช้
เหมือนกับว่ามีคน ๆ หนึ่ง ต้องการที่จะพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย อยากจะข้ามไปฝั่งโน้น อยากจะข้ามไปฝั่งโน้นไม่มีเรือ ไม่มีแพ บังเอิญศพเน่ามันลอยน้ำมา เขาก็ขึ้นขี่ศพเน่า แล้วก็เอามือเท้าพายไป ไปถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดิภาพ
ทีนี้เราทุกคนมันศพเน่า มันศพเน่าที่ยังเป็น ๆ อยู่นี้แหละ มันศพเน่า มันเน่าทั้งนั้น สกปรกทั้งนั้น
ฉะนั้นเราใช้ศพเน่านี้จะข้ามไปฝั่งโน้น จะข้ามไปฝั่งพระนิพพานโน่น ฝั่งที่ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย นี่ สำหรับที่จะข้ามฝั่ง ไม่ใช่เกิดมาแล้วมาเหลวไหลอยู่ มาโง่อยู่ หลงนั้นหลงนี้หลงโน้น แล้วมีความทุกข์ แล้วมันก็ไม่คุ้มอย่างนั้น
เพราะฉะนั้นใช้ศพเน่านี้ให้เป็นประโยชน์ มาใช้ศพเน่านี้ให้เป็นประโยชน์ นอกจากว่าเป็นประโยชน์กับตัวเอง เป็นประโยชน์กับผู้อื่น เป็นประโยชน์กับศาสนา มันแค่ไหนลองคิดดูสิ
เราตายไป ร่างกายนี้สิ้นไป แต่ว่าธรรมะยังไม่สิ้นไป มันยังอยู่ในโลกนี้ เห็นไหม มีประโยชน์ ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น ถ้าเราเกิดมาหลง หลงลาภ หลงยศ หลงสรรเสริญ หลงความสุข มันก็อยู่แค่นั้น
อยู่แค่นั้น
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

สามารถศึกษาธรรมะข้อธรรมจาก หลวงพ่อเอี้ยน เพิ่มเติมได้ที่
http://www.santibunpot.com/

…เห็นไหม…

...เห็นไหม...
ตาก็มีวิญญาณ ถ้าไม่มีวิญญาณน่ะมันจะรู้ได้ยังไง
ตาเห็นรูป เกิดจักขุวิญญาณ นั่นล่ะวิญญาณทางตา
ก็รู้ว่านี่มันไหลเรื่อย ไหลเรื่อย ไหลเรื่อย

นี่ คนนี้ปีที่แล้วเจอกัน มาปีนี้ก็แก่กว่าปีที่แล้ว
เขาก็ไหล เราก็ไหล มันก็ไหลเรื่อยอย่างนั้น
นี่คือความไม่เที่ยงมันปรากฏ

แต่เสร็จแล้วไม่รู้จัก ไม่รู้จักเลย
โอ๊ย โตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว
เก่ง สวย อย่างนั้นอย่างนี้

นั่นคือความไม่เที่ยง
ความไม่เที่ยงที่มันปรากฏ

เดือนมกราฯทางเชียงใหม่
ดอกไม้ก็บาน อะไรก็บาน
ต้นสนต้นเสินอะไรก็สวยงามขึ้น สวยงามขึ้น

พอไปหน้าแล้ง เหี่ยว เฉา
แล้วดอกไม้ไม่ใช่ว่าบานตลอดทั้งเดือน
เมื่อวานตูมๆ วันนี้เริ่มที่จะบาน
พอก่อนเที่ยง พอสาย ๆ บานแล้ว หอมแล้ว
ดอกกุหลาบหอมแล้ว พอตอนบ่าย เฉาแล้ว
เสร็จแล้วเย็น ร่วงแล้ว

เห็นไหม เที่ยงไม่เที่ยง
เห็นต้นไม้ ตาเห็น เห็นดอกไม้ ตาเห็น
แต่ว่าใจบอด ใจไม่เห็น
ถ้าใจเห็น เห็นดอกไม้ต้องเห็นตัวเองด้วย

เห็นตัวเองด้วย
แต่ละสัด แต่ละส่วนของร่างกาย
ต้องเห็นด้วย…แต่นี่ไม่เห็น

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากจากธรรมเทศนา
http://www.santibunpot.com/

คืนสู่ธรรมชาติ ณ ปัจจุบัน

จิตว่างแบบจบหลักสูตร
การดูกาย ดูหยาบ ๆ ก่อน ดูกายก็ดูว่ากายนี้ประกอบด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม แล้วเรามักจะพูดว่า ดินน้ำลมไฟ ดินกลับสู่ดิน น้ำกลับสู่น้ำ ลมสู่ลม ไฟสู่ไฟ ถูกต้อง แต่ว่าไม่ใช่เวลาตายแล้ว อยู่ในปัจจุบันนี่แหละ ในปัจจุบัน ธาตุดินก็ลงดิน เป็นผักเป็นปลา เป็นผลไม้ เป็นอะไร เสร็จแล้วก็ไปกองอยู่ที่ดิน ไปเป็นดิน น้ำก็ไปเป็นน้ำ ลมไฟก็ไปเป็นลมเป็นไฟ เห็นไหม นี่ อยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เวลาตายแล้ว พูดอย่างนั้นมันมักง่าย พูดว่าเวลาตายแล้ว พูดตามภาษาคนไม่รู้ธรรมะ ไม่รู้ภาษาธรรมชาติ ไม่รู้จักกาย ไม่รู้จักตัวเอง
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

จากธรรมเทศนาแก่อุบาสิกาใจพระรุ่น ๒
วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘

สามารถศึกษาธรรมะข้อธรรมจาก หลวงพ่อเอี้ยน เพิ่มเติมได้ที่
http://www.santibunpot.com/

ไฟแห่งราคะ เผาผลาญสัตว์โลกอยู่ทุกวัน ๆ

ลูกกุญแจ ไขสู่ความเป็นอิสระ
กองไฟราคะเป็นกิเลสที่เผาจิตใจสัตว์โลก

ให้มอดไหม้แล้วมอดไหม้อีกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เหมือนกับว่าตายแล้วตายอีก

ไม่รู้จักทางออกหรือหาทางออกไม่พบ

หรือไม่สมัครใจที่จะออกจากกองไฟกองนี้จนชั่วชีวิต

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ไม่ใช่กู”
http://www.santibunpot.com/

ยังไงก็ปฏิบัติธรรมได้อยู่แล้ว

ยังไงก็ปฏิบัติธรรมได้อยู่แล้ว
เมื่อเราบวชเข้ามา เป็นพระก็ดี เป็นชี เป็นอุบาสิกาก็ดี หรือว่าไม่ได้บวช เขาก็ไม่ได้บังคับว่าไม่บวชปฏิบัติไม่ได้ ไม่ใช่เลย เข้าใจผิด ที่ปฏิบัติไม่ได้เพราะไม่สนใจ
…เอาแต่ทำมาหากินอย่างเดียว ไม่มีเวลาเข้าวัด ไม่มีเวลาต้องทำมาหากิน… เออ ตายไปเสียเถอะ
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

ธรรมเทศนาแก่อุบาสิกาใจพระ รุ่น ๒
http://www.santibunpot.com/