วางไม่เป็น เย็นไม่ได้

let it go
ยังเพลิดเพลินยังหลงอยู่กับของเกิดดับ
เเล้วจะพ้นไปจากสิ่งเกิดดับยังไง

สิ่งเกิดดับมีเเต่ทุกข์
ไปยึดของเป็นทุกข์เเล้วจะรอดไปจากทุกข์ยังไง

ความรู้สึกที่เป็นเราเป็นของเรา
ก็ของเกิดดับ ก็ยังยึดถือ
เเล้วจะพ้นไปจากทุกข์ได้ยังไง

ความรู้สึกเป็นเราก็เกิดดับ
ไอ้ของที่เราไปยึดก็เกิดดับ
อารมณ์ที่เกิดขึ้นก็เกิดดับ

มีเเต่ของเกิดดับ

อยู่กับของเกิดดับ
ยึดเเต่ของเกิดดับ

ไอ้นั่นเป็นสุข ไอ้นี่เป็นสุข
ไอ้นั่นดี ไอ้นี่ดี
ปรุงเเต่งให้ค่าไม่หยุด

วางไม่เป็น เย็นไม่ได้

…..
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

เนื้อหาส่วนหนึ่งจาก คอร์สปฏิบัติธรรม “มัคคานุคาพื้นฐาน”

ตายเป็นตาย

ตายเป็นตาย
เมื่อไหร่เราตั้งใจในการนั่งสมาธิ
สมมุติเราตั้งไว้จะครึ่งชั่วโมง
หรือจะชั่วโมงหนึ่ง
หรือจะกี่ชั่วโมงก็ตาม

ทันทีที่เราหลับตา เราจะไม่ขยับ
เราจะไม่ลืมตาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
นี่คือหลักการ

หลังจากนั้นไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น
ในใจต้องพูดคำเดียวว่า
“ตายเป็นตาย”

นิพพานอยู่ฟากตาย
ไม่ใช่สำหรับเด็กเล่น
ไม่มีใครทำเล่น ๆ แล้วได้ของจริง
ทำเล่นได้ของเล่น
คนจริงถึงจะได้ของจริง

ปัญญาการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าท่านแลกด้วยชีวิต
ท่านถึงได้ใช้คำว่า
‘หนังเอ็นกระดูกจะเหลืออยู่
เนื้อและเลือดในสรีระจะเหือดแห้งไปก็ตามที’

เพราะฉะนั้นไม่มีใครเหยาะแหยะ

คนที่จะพบความจริงคือสู้ตาย

…..
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

เนื้อหาส่วนหนึ่งจาก คอร์สปฏิบัติธรรม “มัคคานุคาฮอลแลนด์”
ณ วัดพุทธาราม เมืองวาลแว็กซ์ ประเทศเนเธอร์แลนด์
ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘

สามารถชมคลิปวีดีโอธรรมบรรยายในคอร์สปฏิบัติธรรมนี้ได้ที่
https://youtu.be/XB4GFo_yW0c?list=PLDzf9cyBwgxAYfYKakVstReI_0qp6f3M-

จงเป็นกำลังใจให้กับลูกในวันที่พ่ายแพ้

จงเป็นกำลังใจให้กับลูกในวันที่พ่ายแพ้
วันหนึ่งมัดหมี่เด็กหญิงวัย 12 ขวบ มัดหมี่เป็นเด็กร่าเริงเเจ่มใสไปโรงเรียนตามปกติในตอนเช้า เเต่เย็นวันนั้น มัดหมี่เดินลงจากรถโรงเรียนด้วยสีหน้ากังวลใจ เต็มไปด้วยความทุกข์
มัดหมี่เดินเข้าบ้านไม่พูดไม่จาอะไร เนื่องจากในใจประหวั่นพรั่นพรึงว่าจะต้องถูกดุหรืออาจถูตีเเน่ ๆ มัดหมี่นั่งลงที่โซฟา โดยกำลังคิดว่าจะเริ่มต้นพูดกับพ่ออย่างไรดี มัดหมี่เอามือล้วงลงไปในกระเป๋าเเละหยิบผลการสอบออกมาช้า ๆ อย่างลังเล มองหน้าพ่อเเล้วส่งให้ พร้อมกับพูดขึ้นว่า “พ่อ…หนูสอบตก 2 วิชา”
สิ่งที่พ่อทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านั้นกลับตาลปัตร เเทนที่ท่านจะลงโทษหรือดุมัดหมี่หรือเเม้เเต่ตำหนิความไม่ใส่ใจในการเรียน พ่อกลับนั่งลงยิ้มที่มุมปากเเล้วถามมัดหมี่ว่า “ทุกข์ไหมลูก”
มัดหมี่มองหน้าพ่อเเล้วพยักหน้า
พ่อจึงอ้าเเขนออก มัดหมี่เดินเข้ามาหาเเล้วกอดกันเเน่น
พ่อจึงพูดต่อไปว่า “พ่อไม่ต้องพูดอะไรใช่ไหม?”
มัดหมี่ตอบว่า “ไม่ต้องค่ะ” (ทั้งสองรู้ความกันดีกว่า หมายถึงพ่อคงไม่ต้องดุใช่ไหม) พ่อเห็นเเล้วว่าทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นกับมัดหมี่ยิ่งกว่าการดุเสียอีก
“อย่าทุกข์ไปเลยลูกไม่คุ้มกันเลย เรื่องมันผ่านไปเเล้ว หนูคงรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไรต่อไป”
จากวันนั้นมัดหมี่เริ่มดูแลตัวเองมากขึ้นจากนั้น มัดหมี่สอบได้ที่สองติดกันสองครั้งได้คะเเนนห่างที่หนึ่งเพียง 1 คะแนน เเละสุดท้ายขึ้นมาเป็นที่ 1 ของห้องอย่างภาคภูมิใจ
นี่หรือคือการลงโทษของพ่อ?
อะไรกันเเน่ที่มีค่าต่อชีวิตยามที่กำลังทุกข์ กำลังใจหรือคำด่าทอ?
เวลาเราอ่านเรื่อง มันเหมือนกับว่าเราได้อ่านนิยายเรื่องหนึ่ง
เเต่ผมอยากจะย้อนกลับไปให้ท่านลองคิดว่าถ้าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นที่บ้านของท่าน กับลูกของท่านจริง ๆ หรือกับใครก็ตามที่ท่านรักเเล้วเขาสอบตกจริง ๆ ตอนนั้นเหตุการณ์มันจะเป็นอย่างนี้ไหม สถานการณ์มันจะเป็นอย่างนี้หรือเปล่า
มัดหมี่สอบตกกลับถึงบ้านคงไม่รู้ว่าจะพูดกับพ่อว่ายังไง
ตลอดเวลาตั้งแต่ได้รับใบเกรด จนนั่งรถโรงเรียน จนมาถึงบ้าน จนจะเดินเข้าบ้าน ตอนนั้นพ่อของมัดหมี่คงเห็นเเล้วว่ามัดหมี่ทุกข์มาก ใจกำลังทุกข์มาก พ่อคงเห็นเเล้วว่าลูกตกนรกมาตั้งแต่ที่โรงเรียนเเล้ว ลูกกำลังอยู่ในนรก
หลังจากมัดหมี่พูดจบพ่อจึงถามว่าทุกข์ไหมลูก เรื่องอื่นว่ากันที่หลังเลย คำถามเเรกที่พ่อเค้าถามสักเกตดูเขาถามว่าทุกข์ไหมลูก ลูกก็บอกว่าทุกข์ พ่อยังไม่ได้เริ่มต้นที่จะดุด่าว่ากล่าวอะไรทั้งสิ้น เเต่ดึงมัดหมี่เข้ามากอดเพื่อให้รู้สึกสบายใจขึ้น เรื่องอื่นเดี๋ยวคุยกันที่หลัง เอาให้สบายใจก่อน ให้มันพ้นจากนรกขึ้นมาก่อน
ถ้าท่านมีคนที่ท่านรัก เเล้วท่านเห็นคนที่ท่านรักกำลังตกอยู่ในนรก สิ่งเเรกที่ท่านควรจะทำคือดึงขึ้นมาหรือเอาเท้าถีบให้มันจมลงไป
เชื่อไหมครับว่าคนมากว่า 80% ตัดสินใจถีบซ้ำ “ถีบซ้ำลงไปก่อน” “ต้องให้มันเข็ดหลาบ” “ถีบซ้ำเเล้วก็เหยียบลงไปเลย เเล้ววันข้างหน้าเดี๋ยวมันก็ตะกายขึ้นมาเองไม่ต้องกลัว”
ผมเองเคยมี เคยหมด เคยเจ๊ง วันที่ผมล้มผมรู้เลยว่าคนเราต้องการอะไร วันที่ผมล้ม วันที่ผมสิ้นเนื้อประดาตัว ผมรู้ว่าผมทำอะไรผิด วันนั้นทุกคนที่ล้มต้องการมือที่ยื่นไปเเล้วก็ดึงขึ้นมา หรือไม่ก็ตบไหล่ ปลอบใจสักสองสามที สู้ ๆ นะจะเป็นกำลังใจให้
คนเราไม่ได้ต้องการอะไรมาก ต้องการกำลังใจในวันที่เขาล้ม
เเต่การด่าซ้ำด่าเพิ่มเติมไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ เเล้ววันหนึ่งข้างหน้าหากทำกับมัดหมี่เเบบนี้ไปเรื่อย ๆ วันที่มัดหมี่มีความทุกข์จริง ๆ พ่อกับเเม่อาจจะไม่ใช่คนเเรกที่รู้เรื่องนั้นเพราะเขาจะไม่ยอมปรึกษาเเล้วก็ไม่พูดคุยด้วยเลย เพราะวันที่เขาเจ็บปวด พ่อกับเเม่มีเเต่ซ้ำเติมไม่เคยช่วยเเก้ปัญหาใด ๆ ทำไมจะต้องเข้าไปปรึกษาด้วย ถึงตรงนี้แหละที่ว่าวจะขาดลอย เพราะว่าเขาจะปรึกษาเพื่อนซึ่งเสี่ยงมากเลยตอนนั้น ถ้าเจอเพื่อนดีก็เเล้วไป เจอเพื่อไม่ดีนี้ยุ่งกันใหญ่เลยทีนี้ พาไปเหลวไหลที่ไหน พาไปดื่มเหล้าติดยาทีนี้ไปยาวเลย
เพราะฉะนั้นความรักในครอบครัวนี้เเหละ ความรักความเห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือกันยามตกทุกข์ได้ยาก อย่างนี้แหละที่จะเป็นเกราะคุ้มกันให้ครอบครัวของเราเเข็งเเรง
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

จากธรรมบรรยายในคอร์สปฏิบัติธรรม มัคคานุคาเบื้องต้น
https://youtu.be/IsyQp2y-m5U?list=PLDzf9cyBwgxCtDZ87zRFcFV6AE6-gmR90

ปฏิบัติธรรม เหมือนซ้อมในห้องยิม

ปฏิบัติธรรม เหมือนซ้อมในห้องยิม
สถานที่ปฏิบัติธรรมนี้จะเป็นสถานที่ที่สามารถควบคุมผัสสะของท่านได้ระดับหนึ่ง เพราะนี่คือการฝึก
เพราะฉะนั้นถ้าง่าย ๆ อย่างนี้ทำไม่ได้ ออกไปทำไม่ได้หรอก ถ้าง่าย ๆ อย่างที่นี่ทำไม่ได้ ออกไปท่านไม่มีทางทำได้ ผมบอกได้เลย ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าออกไปผัสสะพุ่งใส่กันขนาดไหน แล้วการกระแทกเข้ามาในสถานที่ต่าง ๆ หรือในหมู่คนต่าง ๆ มากมายก่ายกอง ถ้าง่าย ๆ อย่างนี้ทำไม่ได้ อย่าหวังว่าออกไปจะทำได้
แต่ถ้าง่าย ๆ อย่างนี้พอทำได้ พอจะฝึกขึ้นมาได้ คอยปลุกมันขึ้นมาได้ ออกไปก็ยังพอไหว
เหมือนนักกีฬามาต่อย punching ball มาต่อยกระสอบทราย กระสอบทรายมันไม่ตอบโต้นี่ พอขึ้นเวทีจริง ๆ มันมีคนตอบโต้ คู่ต่อสู้มันตอบโต้ ที่นี่ไม่มีใครตอบโต้กับท่าน เพราะฉะนั้นตอนนี้เราต่อยกระสอบ ถ้ากระสอบเรายังไม่ต่อย ออกไปจะไปต่อยกับใครได้ มีแต่ถูกต่อยอย่างเดียว
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

จากธรรมบรรยายในคอร์ปปฏิบัติธรรม
“ทุบเปลือก ทำลายเมล็ด”

สามารถดาวโหลดไฟล์เสียงคอร์สนี้ฟังได้ที่นี่
https://makkanuka.wordpress.com/2015/02/19/destroy-seed/

ทำไมเราต้องศึกษาธรรมะ ทำไมเราต้องปฏิบัติธรรม

ทำไมเราต้องศึกษาธรรมะ ทำไมเราต้องปฏิบัติธรรม
ทำไมเราต้องเข้ามาปฏิบัติธรรมด้วย ทั้ง ๆ ที่เราก็เป็นคนดีอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้ไปคดโกงใคร ไม่ได้ไปทำบาปทำชั่วกับใคร เราก็ดูแลพ่อแม่อย่างดี จะมาปฏิบัติธรรมทำไม เเล้วเราก็ไม่ได้มีความทุกข์ขนาดนั้น ขนาดที่อกหักล้มละลายอะไรที่จะต้องมาปฏิบัติธรรม
นี่เป็นคำถามที่เบสิกนะ ผมก็ได้ยินเรื่องเเบบนี้มาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง
วันนี้ที่เราบอกว่าเราไม่ได้ทุกข์ไม่ได้ร้อนอะไร เราลองนึกดูดี ๆ นะครับว่า ที่เราบอกว่าเรามีความเกิด เเก่ เจ็บ ตายเป็นธรรมดา เเต่พระพุทธเจ้ากลับตรัสว่า เกิด เเก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์
รู้สึกว่าเริ่มขัดกันนะสองคำนี้ คนเจ็ดพันล้านคนบอกว่าเป็นธรรมดา แต่พระพุทธเจ้ากลับตรัสว่าเป็นทุกข์ “เกิด” นี่ยังไม่ทันรู้ ข้ามไปก่อน เอาเเก่ก่อน
“เเก่” ทุกข์ไหม ผมว่าทุกข์นะ จากคนที่อย่างพวกเราสมมุติว่ามีอายุยังไม่มาก ยิ่งถ้ายังเป็นวัยรุ่นเป็นเด็กยังไม่รู้สึกเลย เเต่พอต้องเดินช้า ๆ เดี๋ยวหกล้มหลังโก่ง เอ๊ะ! นี่สภาพทุกข์เริ่มเกิดเเล้วนะ
“เจ็บ” เจ็บนี่ไม่ใช่เเค่หกล้มนะ ผมนี่ไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาลที่เป็นมะเร็งบ่อย บ่อยมาก หรือเเม้เเต่คนที่กำลังจะตายแล้ว อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะตาย ผมรู้เลยว่าเขาทุกข์มาก ทุกคนเข้าไปยึดติดเสพติดกายนี้ทั้งนั้น
ดังนั้นที่บอกว่ามันเป็นธรรมดานี่ ผมไม่เคยเห็นใครเป็นธรรมดาเลย เเล้วขอโทษสภาพนี้เกิดกับทุกคน ไม่ใช่เกิดขึ้นกับบางคน วันนี้ไม่เกิดไม่ได้เเปลว่าวันหน้าไม่เกิด หรือวันนี้เกิดเเล้ว ไม่รู้นะวันหน้าไอ้ที่เกิดอยู่นี่อาจจะพาตายเลย
เพราะฉะนั้นวันนี้สภาพที่เราบอกว่าเจ็บเป็นธรรมดา ผมว่าไม่ธรรมดา
ผมเชื่อว่าพระพุทธเจ้าตรัสถูก
“ตาย” เเทบจะไม่ต้องพูดเลย บางคนบอกว่าอย่ามาพูดเรื่องนี้กับฉันเรื่องอัปมงคล… ไปโน่นเลย
ผมว่าไม่ธรรมดาผมเห็นเเต่ละคนที่กำลังจะตายไม่ธรรมดาเลยสักคน
สมมุติว่าท่านเป็นผู้ที่มีชีวิตกินดีมีสุข มีเงินมีทองใช้สะดวกสบาย ผมก็เชื่อว่าคนในยุคปัจจุบันก็อยู่ในขั้นนั้นเป็นจำนวนมากเลยที่ผมเห็น เเต่เมื่อถึงจุดนี้จริง ๆ ที่ความตายมายืนอยู่ตรงหน้า รู้ไหมว่ายิ่งมีกินมีสุข ยิ่งเข้าไปเสพสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นเท่าไหร่ ความยึดติดจะเหนียวเเน่นขึ้นเรื่อย ๆ วันที่ท่านจะต้องพรากจากสิ่งที่ท่านติดเอาไว้ วันนั้นจะทุกข์ไม่มีอะไรเหมือนเลย
ผมให้เด็กวาดภาพสิ่งที่เขาอยากจะวาดให้สวยที่สุด มีสีน้ำสีทุกอย่าง เด็กวาดภาพอย่างวิจิตรในครึ่งชั่งโมง หลังจากที่เราเอาภาพมาโชว์กันเเล้ว เด็กก็โชว์ด้วยความชื่นชม ชื่นใจในภาพของตัวเอง ผมเชิญเด็กที่ได้ที่หนึ่งออกมา ถามว่าสวยไหม หนูก็ทำได้สุดยอดสวยมากเพื่อน ๆ ตบมือให้ ผมฉีกภาพนั้นกลางหน้าเวทีเลย เด็กเนี่ยหัวใจสลายเลยเเทบจะร้องไห้ตรงนั้นเลย ผมถามว่าทุกข์ไหม เขาบอกว่าทุกข์ หนูเสียดายมากเลย ทำไมอาจารย์ทำเเบบนี้ ผมบอกว่าเธอรู้ไหมว่าถ้าเธอเป็นอะไรไป เเม่ของเธอใจจะขาด
ผมถามว่าเขาสร้างภาพนี้มานานเเค่ไหน เขาบอกว่าครึ่งชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงเธอรู้สึกขนาดนี้เลยหรอ เเล้ว 16 ปีที่พ่อแม่ค่อย ๆสร้างเธอขึ้นมา ถ้าเธอทำอะไรหรือเป็นอะไรไป รู้รึยังว่าเเม่เธอจะรู้สึกยังไง
เด็กเงียบเลย
เเต่ผู้ใหญ่ ท่านสร้างสิ่งนี้(ตัวท่านเอง)ขึ้นมาด้วยตัวเอง จะ 40 50 60 ปี คิดหรอว่าวันที่จะฉีกมันให้สลายออกท่านจะทิ้งมันได้ ไม่มีทาง ทุกข์มหันต์จะเกิดขึ้นในวันนั้นเลย
เเล้วขอโทษ นั่นท่านไปยึดมันเองมันไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เมื่อถึงเวลามันจะเเตกสลาย มันจะเเตกสลายไปตามเหตุปัจจัยของมันไม่สนว่าท่านรู้สึกยังไง มันจะตายไม่ขึ้นกับอยากหรือไม่อยากของใคร ต่อให้ท่านไปทำอะไรก็ตาม
ก็เหมือนกับท่านนั่งอยู่กลางเเสงเเดดที่มีเงาเมฆมา ถ้าเมฆมาบังท่านก็ดีใจ โอ้ย…ฉันอยากให้เมฆอยู่นาน ๆ เเล้วเมฆก็ผ่านไป ไม่เกี่ยวอะไรกับอยากของท่าน กายนี้ก็เช่นกัน ท่านหลงคิดเอาเอง ท่านกำลังหลงเข้าไปในคิด ท่านพยายามไปทำโน่นทำนี่เพื่อจะไปต่ออายุมัน เเต่อายุของมันมีจำกัด เเม้จะต้องกินยาบำรุงเท่าไหร่ก็ตาม สุดท้ายตายเหมือนเดิม ยิ่งทำอะไรมากจนเกิน ยิ่งเข้าไปรักผูกพันมันมากขึ้นเท่านั้น
เเล้วทีนี้ตกลง เกิด เเก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดาจริงหรือ ชักจะไม่ธรรมดาเเล้ว
สิ่งที่ท่านได้ยินทั้งหมดในโลกนี้มันไม่มีใครบอก ผมก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน จนกระทั่งผมเข้าสู่การปฏิบัติธรรม ฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผมถึงรู้ว่าโลกนี้มีเรื่องเข้าใจผิดอีกเยอะมาก
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

บทสัมภาษณ์ในรายการ “สุขทุกวัน 7 วัน 7 กูรู”
ทางช่อง AMARIN TV (1 พฤษภาคม 2558)
https://youtu.be/Spc_NLjhUF4?list=PLDzf9cyBwgxCNwRsjZgHTiJdfW0iznaQ5