สามารถถึงนิพพาน ถึงความว่างได้ทุกคน

จิตว่างแบบจบหลักสูตร
เพราะเข้าใจผิดว่าคิดว่า จิตก็ดี กายก็ดี

สิ่งภายนอกทั้งรูป เสียง กลิ่น รสก็ดี เป็นของเที่ยง ยั่งยืน ไม่เกิดไม่ดับ

เห็นว่ามันเป็นสุขจึงเที่ยวตามหากันจนตลอดชีวิต

เรายึดมั่นถือมั่น ปล่อยวางมันไม่ได้ เห็นเป็นตัวตน

ไม่เชื่อว่า ‘ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีเราไม่มีเขา’

เพราะไม่ได้ปฏิบัติธรรมให้เกิดปัญญา เห็นความเป็นจริง

คนที่ขาดตาปัญญา เห็นแค่ตาเนื้อภายนอก

จึงทำให้จิตโง่จมปลักอยู่เช่นนั้น

มันจึงแบกจิตมาเป็นตัวตน แบกกายมาเป็นตัวตน

ตลอดถึงความแก่ ความเจ็บ ความตาย

ก็แบกเอาไว้ให้หนักจิตโง่นั้น ไม่ใช่หนักที่กาย

ลองพิจารณาดูเถิดว่า ความสุขและความทุกข์ที่เรายึดถือ

ทำให้จิตหนักใช่หรือไม่..?

ลองเอาจิตของเราคืนให้ธรรมชาติไปเสีย ไม่ต้องไปเอามาเป็นเจ้าของ

มันก็เบาไปหมด นี่แหละคือการรู้จัก ปล่อยวาง

แค่ปล่อยวางจิตตัวเดียวพอ อย่างอื่นก็ถูกปล่อยวางไปหมด

คนฉลาดเขาปฏิบัติอย่างนั้น

พระอรหันต์ทั้งหลายท่านปฏิบัติอย่างนั้น

แม้แต่คิดด้วยจิตสักแวบหนึ่งว่า เรา ‘เป็น’

พระอรหันต์ ท่านก็ไม่คิด

ถ้า เราเป็น มันก็หนักอีก เรามี มันก็หนักอีก

สู้ว่างจากตัวตนของตนไม่ได้

ถ้าอยู่ด้วยจิตว่างโดยไม่ยึดถืออะไรเลย มันก็เบาไปตลอดขีวิต

อยู่ด้วยความเบา เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น

อย่าไปคิดว่าการปล่อยวางจิตนั้นต้องเป็นพระ เป็นชีเท่านั้น จึงจะทำได้

‘…ชาวบ้านก็มีจิต ชีก็มีจิต พระก็มีจิต.. ‘

ไม่ว่าบุคคลผู้ใด ถ้าไม่ยึดถือว่าเป็นจิตเป็นตัวกูของกูแล้ว

สามารถถึงนิพพาน ถึงความว่างได้ทุกคน

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ไม่ใช่กู”
http://www.santibunpot.com/