มันต้องเลิกหวัง มันจึงจะได้

ปฏิบัติธรรมแล้วเราจะชนะความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย
ถ้าเราเดิน เราจะเดินขึ้นเขาก็เดิน เราจะเดินลงเขาก็เดิน เดินไปไหนก็เดิน แต่ว่าเราภาวนา ภาวนาไม่ใช่ว่าจะช้าอยู่เรื่อย เดินเร็วก็ภาวนาเร็ว เดินช้าก็ภาวนาช้า นี่ เราก็ภาวนาเอาไว้ มันมาเอง องค์ภาวนาจะมาเอง ถ้าเราทำจนชินแล้วจะมาเอง มาเองหมด
จะเดินก็ได้ จะนั่งก็ได้ นอนก็ได้ ได้ทั้งนั้น กวาดขยะก็ได้ ไม่ใช่ไปนั่ง ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช่อย่างนั้นมันผิดธรรมชาติแล้วอย่างนั้น ให้มันเป็นธรรมชาติ คือทำให้มันกลมกลืนกันกับธรรมชาติ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติ ให้เป็นเกลอกับธรรมชาติ ให้จิตนี่แหละเข้าถึงธรรมชาติ ให้จิตนั้นแหละเป็นธรรมชาติ
ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าธรรมชาติมันไหล มันไม่ได้หยุดนิ่ง ทีนี้มันจะเป็นอะไรก็ได้ แต่เราไม่ยึดมั่นถือมั่นมัน เป็นอะไรก็เป็นไป ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรทั้งนั้น เป็นอย่างเดียวคือเป็นธรรมชาติ เป็นธรรมชาติที่มันว่างจากตัวมันเอง ก็คือว่างจากตัวตนนั่นแหละ เป็นธรรมชาติที่ว่างจากตัวตน ว่างจากตัวมันเอง ตัวมันเองก็ว่างจากตัวมันเอง ดูภายนอกมันก็ว่างจากตัวตน มันว่างอย่างนั้น ไม่ใช่ว่างไม่มีนะ อย่าไปเข้าใจผิดอีกว่าว่างไม่มี มันว่างอยู่ในมี มีอยู่ในว่าง จิตว่างไม่ใช่จิตไม่มี จิตว่างเป็นจิตที่เต็มไปด้วยสติปัญญา นั่นคือจิตว่าง
แต่จิตโง่เป็นจิตที่เต็มไปด้วยโลภะ โทสะ โมหะ มันมีแต่ความหวัง ปฏิบัติแล้วจะต้องได้นั้น จะต้องได้นี้ จะต้องได้โน้น ไม่ต้องได้อะไร อย่าไปหวังอะไร ยิ่งหวังยิ่งไม่ได้ มันต้องเลิกหวัง มันจึงจะได้
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

บางส่วนจากธรรมะบรรยายแก่เหล่าอุบาสิกาใจพระ รุ่น๒
สามารถศึกษาธรรมะข้อธรรมจาก หลวงพ่อเอี้ยน เพิ่มเติมได้ที่
http://www.santibunpot.com/