การฝึกจิต จิตจะเป็นอิสระจากกิเลส

การฝึกจิต จิตจะเป็นอิสระจากกิเลส
วันนี้เราบอกว่าเราอยากจะทำตามใจของเรา อย่างเช่น อยากกินอะไรก็กิน อยากซื้ออะไรก็ซื้อ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ ดูเหมือนกับค่อนข้างจะค้านกับคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอริยมรรคมีองค์ ๘ ทางลัดสั้นตรงสู่พระนิพพาน
สมมุติว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่เข้าไปบวช เป็นทางลัดสั้นตรงสู่พระนิพพาน เเต่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้เเปลว่าฆราวาสเข้าถึงความเป็นอริยะไม่ได้ เราเเค่จะดูทางที่ง่าย ที่ลัดสั้นที่สุด ทำไมในสงฆ์สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงถูกบังคับ กีดกัน หรือว่าไม่ให้ใช้สิ่งต่าง ๆ ตั้งมากมาย เหลือเเค่อัฐบริขารที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตเท่านั้นเอง เเรก ๆ ผมก็เชื่อว่าพระภิกษุทั้งหลาย ที่เข้าไปบวชก็จะต้องอึดอัดกับการที่เคยคุ้น เคยมี เคยเป็น กับเรื่องราวหรือสิ่งที่ตัวเองเคยมี เมื่อไม่ได้ใจจะร้อนรนขึ้นมาเป็นทุกข์ ถ้าเป็นคนติดยาก็จะคล้าย ๆ อาการที่ลงเเดง หรืออยากจะเสพ เหมือนกันเมื่อเกิดการบีบบังคับตัวเองสิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้น เเต่ถ้าอดทนไป แล้ววันหนึ่งข้างหน้าก็เหมือนกับคนที่เลิกยาได้ เมื่อเลิกยาได้มันก็จะเริ่มเป็นอิสระมากขึ้น ในหมู่ของคนที่ติดยาทั้งหลาย ถ้ารุ่นพี่ที่ติดยาเเล้วเลิกยาได้ มาให้กำลังใจรุ่นน้อง ขณะที่รุ่นน้องอาจจะกำลังอ๊วกอยู่ที่วัดถ้ำกระบอก รุ่นพี่ก็จะมาช่วยกันเชียร์เเล้วก็บอก น้องเอ๋ย..ความสุขที่เเท้จริงไม่ใช่จากการได้เสพยาหรอก เเต่ความสุขที่เเท้จริงมาจากการที่เลิกยาเสพติดได้ต่างหาก วันที่เป็นอิสระจากยาที่เเท้จริงวันนั้นที่ไม่ต้องเสพมันอีก วันนั้นล่ะคือความสุขที่เเท้จริง
วันนี้เรากำลังหลงทางเเล้วล่ะที่เราบอกเรากำลังเเสวงหาความสุข เรากำลังมีความสุขเมื่อเราได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ เมื่อเราติดหนัง ติดละคร เเล้วเราไปดูหนังดูละคร เมื่อเราได้เสพอย่างงั้น เราบอกเรามีความสุขเเต่วันไหนที่เราไม่อยู่บ้าน เราจำเป็นต้องออกไปธุระ เเล้วใจเราโหยหา เสียดายจังเลยนี่เป็นตอนจบเราไม่ได้ดูมันก็จะเกิดความทุกข์ขึ้นมา เราลืมไปว่าเมื่อไหร่เราเสพอะไรเข้าไปมาก ๆ เเล้วเราไม่ได้อย่างที่เราปรารถนามันจะล้วนเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่เราเข้าไปเสพ เข้าไปติด เข้าไปยึดในทุก ๆ ทาง ถ้าเราไม่หัดที่จะฝึกที่จะฝืนที่จะเนกขัมมะออกจากมัน วันหนึ่งมันจะกลายเป็นอสรพิษ ที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเเล้วก็กัดเรา
เเต่หากวันนี้เราเข้าสู่การปฏิบัติธรรม เข้าสู่การฝึกใจฝึกจิต ฝึกที่จะเนกขัมมะออกจากมันบ้าง หรือฝึกที่จะเนกขัมมะออกจากมันให้มากขึ้น มันเหมือนกับคนติดยาเมื่อเลิกได้เเล้ว เขาจะเริ่มเป็นอิสระมากขึ้นหลังจากนี้ เมื่อเป็นอิสระจนถึงที่สุด
อย่างเช่นอาหาร เราอาจบอก ‘โอ้ยถ้างั้นก็ไม่ต้องกินอาหารอร่อย ๆ ?’ วันนี้เรากินอาหารอร่อย ๆ ด้วยความหลงใหล ด้วยการหลงเข้าไปกินทั้งปาก ทั้งลิ้น ทั้งใจ ถ้าผมถามว่าอร่อยลิ้นไหม อร่อย อร่อยใจไหม อร่อย อร่อยไปหมดเลยคือมันเสพเข้าไปทั้งลิ้น ทั้งใจเลย เเต่ถ้าวันไหนไม่ได้ ลิ้นก็ไม่ได้ ใจก็ไม่ได้ มันก็จะโหยหาขึ้นมา เเต่วันหนึ่งข้างหน้าที่เราพรากออกมา พรากออกมา จนกระทั่งใจของเราถูกพราก วันหนึ่งมันจะอร่อยลิ้นเเต่ใจของเราเป็นปกติ เมื่อเราอร่อยลิ้นก็เป็นเรื่องของรสชาติธรรมดา เมื่อรสชาติที่คุ้นลิ้นก็ทานได้มากหน่อย ถ้าไม่คุ้นลิ้นก็อาดจะทานได้น้อยหน่อย แต่ไม่ได้เกิดปฎิฆะคือเเรงผลักดัน ต้องโกรธต้องเกี้ยวโกรธ บ้างคน โอ้ยอาหารไม่อร่อย ด่าเเม่ครัว ด่าร้านอาหาร กลายเป็นโทสะ กลายเป็นสร้างภพสร้างชาติขึ้นมาอีก
เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะหายไปเมื่อเราเข้ามาฝึกจริง ๆ จะได้พบกับความอิสระ
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

บทสัมภาษณ์ในรายการ สุขทุกวัน 7 วัน 7 กูรู
(AMARIN TV) (12 ธันวาคม 2557)
https://youtu.be/eY5IAW7K7u0?list=PLDzf9cyBwgxCNwRsjZgHTiJdfW0iznaQ5