อุบาสิกาใจพระ – บทสัมภาษณ์จากนิตยสารซีเคร็ต

อุบาสิกาใจพระ - บทสัมภาษณ์จากนิตยสารซีเคร็ต

“อุบาสิกาใจพระ”
ผู้หญิง…ที่หัวใจมุ่งสู่การหลุดพ้น

(บทสัมภาษณ์จากนิตยสารซีเคร็ต)

[ล่างสุด ↓ ดูบทความอื่น ๆ ต่อไป]

ณ สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต (วัดวังเนียง) ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองฯ จังหวัดพัทลุง ผู้หญิงวัยทำงาน 16 คนกำลังเข้าพิธีบวชชีในช่วงเข้าพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ในโครงการ “อุบาสิกาใจพระ” รุ่น 1 โครงการนี้จัดขึ้นโดยอาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม มีพระครูวินัยธรทรงศักดิ์ วิโนทโก (หลวงพ่อเอี้ยน) พระวิปัสสนาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาและเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับอุบาสิกาทุกคน

บวชด้วยหัวใจ…ตามรอยพระศาสดา  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]

วันที่ 11 กรกฏาคม 2557 เวลา 6.00 น. ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นของวัดซึ่งตั้งอยู่บนเชิงเขา มองลงไปเบื้องล่างเห็นตัวเมืองและทุ่งนา พ่อแม่และญาติพี่น้องซึ่งมาร่วมในพิธีต่างอนุโมทนาสาธุด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

เราทราบมาว่า ก่อนที่ผู้หญิงทั้ง 16 คนนี้จะบวชชี ถือศีล 10 เยี่ยงสามเณรนั้น พวกเธอได้ผ่านการฝึกจิตในคอร์สต่าง ๆ ของอาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม มาแล้วหลายครั้ง เมื่อผ่านการพิจารณาว่าถึงพร้อมด้วยความเพียรและตั้งใจจริงแล้ว จึงได้รับอนุญาตให้โกนผมบวชชีและนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าย้อมฝาด เพื่อสะดวกในการทำวัตรปฏิบัติต่างๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นผู้หญิงซึ่งอยู่ในวัยสาว วัยทำงานลางานมาบวชถึง 3 เดือน และแต่ละคนก็ล้วนมีหน้าที่การงานที่ดีเป็นเจ้าของกิจการ เป็นวิศวกร คุณหมอ ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ฯลฯ แต่ทุกคนก็ตั้งใจมาบวชเพื่อขัดเกลาจิตของตนเองให้มุ่งไปสู่ความหลุดพ้นอย่างแท้จริง

แต่กว่าที่พวกเธอจะบวชได้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีคำถามจากคนรอบข้างและสังคมว่า ทำไมต้องบวช บวชไปเพื่ออะไร ระหว่างบวชปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง และอื่น ๆ อีกมากมาย

วันนี้พวกเธอทำให้เห็นแล้วว่า ในช่วงเข้าพรรษาผู้หญิงก็สามารถบวชเป็นระยะเวลา 3 เดือนได้ ไม่ต่างกับผู้ชายทั้งหลายที่นิยมบวชเป็นพระภิกษุในช่วงเวลาเดียวกัน

โครงการอุบาสิกาใจพระเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครบ้างที่ให้การสนับสนุนผู้หญิงเหล่านี้ และบวชแล้วได้อะไร เราไปหาคำตอบนี้ด้วยกัน…

จุดประกาย…วิถีหลุดพ้นสำหรับผู้หญิง  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]

คุณประเสริฐ อุทัยเฉลิม วิปัสสนาจารย์และผู้ริเริ่มโครงการนี้ เล่าว่า โครงการอุบาสิกาใจพระเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังเป็นระยะเวลา 3 เดือนในช่วงเข้าพรรษา…

“โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้หญิงที่ปรารถนาการพ้นทุกข์จะได้มีโอกาสใช้ชีวิตเยี่ยงพระ โดยที่ไม่ต้องรอเกิดใหม่เป็นผู้ชาย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไหม ที่ผ่านมาผมเปิดหลักสูตรการปฏิบัติธรรมมาเยอะมาก กว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้หญิง แต่หลังจากเข้าปฏิบัติแล้ว พวกเธอไม่มีโอกาสต่อยอด ในขณะที่ผู้ชายมีโอกาสบวชในช่วงเข้าพรรษา ไปบวชที่วัดไหนก็ได้ จะลางาน ทางราชการก็ยินยอม แต่ผู้หญิงนั้นหากคิดจะบวชเป็นระยะเวลา 3 เดือน ก็จะพบปัญหามากมาย จนกลายเป็นเรื่องแปลก สังคมตั้งคำถามสารพัดว่า อกหักหรือเปล่า มีปัญหาทางบ้าน หรือโดนสามีทิ้งหรือเปล่า วันนี้เราจึงเริ่มจุดชนวนเพื่ออย่างน้อยที่สุดต่อไปการกระทำนี้จะได้กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย

“การบวชครั้งนี้ หลวงพ่อเอี้ยนเป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับอุบาสิกาทุกคน เพื่อให้มีความรู้สึกเสมือนว่าเป็นสมณะ เพราะอุบาสิกาต้องถือศีล 10 เช่นเดียวกับสามเณร โดยหลวงพ่อมอบบาตรให้เป็น ‘เครื่องอยู่’ เพื่อทุกคนจะได้ใช้ชีวิตเป็นนักบวชอย่างเต็มรูปแบบ”

โอวาทสำคัญที่หลวงพ่อเอี้ยนมอบแก่อุบาสิกาที่บวชในครั้งนี้คือ

“คิดถึงพระพุทธเจ้าให้มาก ๆ ท่านจะเสวยอะไร รองเท้าจะใส่ก็ยังไม่มี อะไรก็ไม่มีทั้งนั้น แต่ว่าอยู่ได้ ต้องกำหนดจิตไว้ก่อน ต้องเด็ดขาด อย่างนี้เรียกว่าจริง  บวชจริง เรียนจริง ปฏิบัติจริง และได้ผลจริง  4 จริงนี้ท่องเอาไว้ จริงนี่แหละคืออริยสัจ คือ สัจจะ คือความจริง”

วัตรปฏิบัติของอุบาสิกาใจพระ  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]

ในการบวชครั้งนี้ นอกจากจะบวชที่วัดวังเนียงและศึกษาปฏิบัติธรรมที่นั่นช่วงหนึ่งแล้ว เหล่าอุบาสิกาใจพระได้ไปปฏิบัติภาวนาที่สวนยินดีทะเล อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่ง คุณแม่ยินดี สุขสด คุณแม่ของอาจารย์ประเสริฐเป็นผู้ก่อตั้ง (ก่อนหน้านี้ท่านได้ก่อตั้งสวนยินดีธรรมที่อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาแล้ว) จากนั้นจึงได้ไปปลีกวิเวกที่เขาพลายดำ ภูเขาที่อยู่ติดทะเลและมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ อยู่ในเขตอำเภอขนอมและอำเภอสิชลอีกด้วย

กิจกรรมหลัก ๆ ขณะที่บวชในโครงการนี้ของเหล่าอุบาสิกาใจพระมีทั้งการทำวัตรสวดมนต์ การเก็บอารมณ์ การปฏิบัติเนสัชชิก (การตั้งใจว่าจะทำความเพียรทางจิตโดยไม่เอนหลังแตะพื้น อยู่ในอิริยาบถ 3 คือ นั่ง ยืน เดิน โดยไม่นอนตามระยะเวลาที่กำหนด) และการปลีกวิเวกท่ามกลางธรรมชาติ โดยอาจารย์ประเสริฐได้กล่าวถึงวัตรปฏิบัติของอุบาสิกาใจพระทั้ง 16 รูปว่า

“ทุกคนต้องโกนหัว โกนคิ้ว ฉันในบาตร ฉันมื้อเดียว อยู่ป่าวิเวกเป็นนิจ ฟังธรรมจากพระโอษฐ์ ตื่นภาวนาตั้งแต่ตี 3 ออกทำประโยชน์สังคม จัดค่ายธรรมะให้เยาวชน ดังนั้น ประโยชน์ตนก็ปฏิบัติอย่างอุกฤษฏ์ ประโยชน์ผู้อื่นก็ไม่ว่างเว้น”

ทั้งนี้อาจารย์ประเสริฐได้อธิบายขยายความถึงความสำคัญของการปฏิบัติตนต่าง ๆ ของอุบาสิกาใจพระว่า

*การทำวัตรสวดมนต์ มีความจำเป็นตั้งแต่สรรเสริญ คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ ซึ่งจะมีบทพิจารณาที่บรรพชิตควรพิจารณาตนเอง 10 ข้อ (ปัพพชิตอภิณหปัจจเวกขณปาฐะ) ซึ่งเป็นบทสวดเพื่อระลึกถึงการวางตัวให้ถูกต้อง

*การเก็บอารมณ์ การเก็บอารมณ์ขณะอยู่ในห้องเพียงลำพังเป็นวิธีฝึกให้เห็นสภาพของจิตใจเมื่อถูกบีบคั้น ความจริงจะเรียกว่าบีบคั้นก็ไม่ใช่ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรนอกจากอยู่ในห้องเฉย ๆ แต่ที่สำคัญคือ เราจะได้เห็นจิตขณะเกิดความบีบคั้นเพราะ “ไม่ได้อย่างที่เราเคยคุ้น”

*การปลีกวิเวกท่ามกลางธรรมชาติ ในช่วงที่อุบาสิกาเข้ามาบวช มีบางช่วงที่จะเข้าไปเก็บตัวปลีกวิเวกที่เขาพลายดำ ตื่นกันแต่เช้ามืดเพื่อลงมาบิณฑบาตให้ทันเวลา รวมระยะทางไปกลับ 5 กิโล เนื่องจากเป็นภูเขาทำให้ต้องเดินผ่านป่า ระหว่างทางมีทั้งหินแหลม ๆ มด และสัตว์ต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญ ต้องเดินฝ่าความมืดด้วยเท้าเปล่า ทั้ง ๆ ที่ก่อนจะมาบวช พวกเธอคือผู้หญิงรุ่นใหม่ สาวออฟฟิศ ไม่เคยถอดรองเท้าเดิน แต่นี่ต้องมาเดินเหยียบหินคม ๆ โดนหนามเกี่ยว แต่พวกเธอก็ต้องอดทน สำรวมทุกก้าวเดิน และเดินด้วยสติสัมปชัญญะ เพราะนี่คือวิถีของนักบวชที่ต้องออกไปทำหน้าที่บิณฑบาต ฝึกจิตให้รู้จักความอดทน และเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต

*การปฏิบัติเนสัชชิก เพื่อขัดเกลากิเลส ฝึกจิตให้ตั้งมั่น การอดนอนเนสัชชิกช่วงแรกอาจจะเกิดความรู้สึกหลายอย่าง เกิดทุกขเวทนา แต่ให้ทำไปเรื่อย ๆ ถือเป็นช่วงเวลาที่จะได้พิจารณาธรรมได้อย่างชัดเจน

*การฉันในบาตร ก่อนฉันต้องพิจารณาอาหารทั้งคาวหวานที่ใส่ลงไปในบาตรรวมกัน เช่น ให้ระลึกว่าฉันภัตตหารเพื่อให้คลายทุกข์ที่เกิดจากความหิว ไม่ใช่เพื่อความอร่อย

*การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ในการบวชครั้งนี้ อุบาสิกาใจพระต้องทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นด้วย โดยจัดให้มีการทำโครงการธรรมะแคมป์ให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ ป.3 ถึงชั้นมัธยม จนถึงทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น ออกไปช่วยเหลือดูแลเด็กด้อยโอกาส เช่น เด็กตาบอด เพื่อจะได้รู้ว่าชีวิตจริงคืออะไร คนเราเกิดมาทำไม เรารู้แล้วว่ามีเหตุให้เกิด เราจึงเกิด แต่วันนี้เราจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบเย็น ทำประโยชน์เพื่อตน ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น วันนี้พวกเขาได้มาทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ในขณะที่กำลังขัดเกลาตัวตนไปด้วย จนกระทั่งหมดไป จนเหลือแต่ประโยชน์เพื่อผู้อื่นเป็นส่วนเดียว นั่นคือความยิ่งใหญ่ที่สุดของความเป็นมนุษย์

จากใจอุบาสิกาใจพระ  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]

ผู้หญิงทั้ง 16 คนที่บวชในครั้งนี้ ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 30 – 40 ปี อายุน้อยที่สุดคือ 27 ปี และอายุมากที่สุดคือ 58 ปี ทั้งหมดตั้งใจแน่วแน่ที่จะบวช แม้ว่าคนรอบข้างจะไม่เห็นด้วย อุบาสิกาเหล่านี้ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และบวชแล้วได้อะไร เราไปฟังคำบอกเล่าของเธอด้วยกัน

“ต้องกล้งทำในสิ่งที่ถูกต้อง”  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]
อุบาสิกาเบญญารัศม์ พิพ้ฒน์พชรกุล (กุ๊กไก่)
Financial Security Advisor
บริษัทเอฟดับบลิวดี ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

“คนทางบ้านมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่เห็นด้วยคือสามีซึ่งสนับสนุนเต็มที่ ช่วงที่เราบวช เขาก็จะช่วยดูแลเรื่องการงานให้ วันที่ไปขออนุญาตผู้ใหญ่ที่บ้าน ท่านไม่ได้บอกรับหรือปฏิเสธ แต่ดิฉันมารู้ภายหลังว่าท่านไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก แต่ดิฉันคิดว่าอย่างไรเราก็ต้องบวช เพราะว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งผิด และเกิดคำถามว่าทำไมสังคมยอมรับการกระทำผิดศีล 5 ได้ ทั้งการฆ่าสัตว์เป็นเกมกีฬา การดื่มเหล้าสนุกสนาน แต่การออกมาปฏิบัติธรรม เนกขัมมะ ออกจากกาม ทำไมเราต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ดิฉันคิดว่าเราต้องออกมา ไม่อย่างนั้นทุกคนก็จะคิดอย่างนี้หมด ไม่กล้าทำในสิ่งที่ควรทำ”

“นี่คือโอกาสที่หาได้ยากของชีวิต”  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]
อุบาสิกาจิรวดี สุรังษี (บี)
ทันตแพทย์

“เมื่ออาจารย์ประเสริฐแจ้งว่าจะมีการบวชอุบาสิกาใจพระ ดิฉันคิดว่านี่เป็นความสำคัญในลำดับต้น ๆ ของชีวิต เพราะคิดว่านี่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตเราเป็นผู้หญิง โอกาสอย่างนี้หายากเหลือเกิน เมื่อได้ปฏิบัติธรรมแล้ว ดิฉันรู้สึกว่าทุกข์ลดลง ทุกข์อยู่กับเราไม่นาน พอเกิดความคิดปรุงแต่งแล้วเราเข้าไปยึดเราก็จะทุกข์ทันที แต่ถ้าเราได้รู้จักฝึกจิต เราจะหาความสุขได้ง่าย สามารถหาความสงบร่มเย็นในจิตใจโดยใช้เวลาไม่นาน ทุกข์อยู่กับเราได้ไม่นาน”

“ต้องอดทนต่อแรงเสียดทาน”  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]
อุบาสิกาวาสนา รัตนอาภา (แอน)
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บจก.สมาร์ทวิชั่น (ไทยแลนด์)

“ดิฉันเป็นคนมีเป้าหมายในชีวิต เมื่อบอกคนรอบข้างว่าจะบวช ส่วนใหญ่ยินดีอนุโมทนาด้วย คนในครอบครัวมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทันทีที่บอกพ่อ ท่านไม่เห็นด้วยถึงขนาดตัดพ่อตัดลูก (น้ำตาคลอเบ้า) ดิฉันคิดว่าปล่อยเวลาให้ผ่านไป แล้วทุกอย่างน่าจะดีขึ้น ดิฉันได้ใช้เวลา 3 เดือนนี้ปฏิบัติอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าตัวเองเดินมาถูกทาง”

“แท้จริงชีวิตเราต้องเริ่มจากการละชั่ว”  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]
อุบาสิกากมลทิพย์ ศิริมาศเกษม (ทิพย์)
กรรมการผู้จัดการ บริษัทอสังหาริมทรัพย์

“ก่อนบวช ดิฉันคิดว่าเราต้องทำความดี รักษาศีล เพื่อให้เราเป็นคนดี แต่พอบวชแล้วและศึกษาคำสอนตามแนวทางพระพุทธเจ้า เราเกิดความคิดว่า แท้จริงแล้วชีวิตของเราไม่ได้อยู่ที่การทำดี แต่อยู่ที่การละชั่วมากกว่า เพราะเมื่อเราละชั่วได้ก็จะทำดีเอง ส่วนการทำใจให้บริสุทธิ์ก็จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”

“ธรรมะสอนให้รู้จักการพอเพียง ไม่ยึดมั่นถือมั่น”  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]
อุบาสิกาสุรัสวดี แซ่หลู่ (จิ๋ม)
ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต

“ดิฉันมุ่งแต่หาเงินหารายได้ รู้สึกว่าไม่เคยมีความสงบในใจเลย จนส่งผลให้ป่วยเป็นโรคมะเร็งในปี 2541 หลังจากนั้นก็ไปปฏิบัติธรรมหลายที่ แต่ก็ยังไม่เข้าใจธรรมะ ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ทำไมต้องทำ แต่โอกาสดีที่ 3 เดือนนี้เราได้บวชในโครงการอุบาสิกาใจพระ จึงได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้เรียนรู้เข้าใจมากขึ้น เรากินแค่มื้อเดียว ผม เสื้อผ้าก็แตกต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องเซตผมแต่งตัว วันนี้ได้รู้ว่า ถ้าเราเลือกจะอยู่อย่างพอเพียงเราก็อยู่ได้ รู้ว่าการยึดมั่นถือมั่นไม่ปล่อยวางทำให้เป็นทุกข์ ยึดไว้ 100 ก็ทุกข์ 100 ถ้ายึดไว้ 10 ก็ทุกข์ 10 แต่ถ้าเราปล่อยเมื่อไหร่เราก็จะมีความสงบ”

“เราคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติและสรรพสิ่ง”  [บนสุด ↑ ดูสารบัญ]
อุบาสิกาพิศมัย อู่ปรัชญา (ไหม)
เจ้าของสวนเกษตรอินทรีย์

“ในการปฏิบัติเนสัชชิกตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงตี 4 ดิฉันอธิษฐานจิตว่า เราจะปฏิบัติภาวนา ยอมรับว่าแรก ๆ ก็ไม่ไหว สักตี 2 ก็หลับ แต่เมื่อผ่านไปคืนหลัง ๆ ดิฉันเริ่มแยกออกว่า ที่ผ่านมาเราง่วงจริงหรือเป็นแค่นิวรณ์ (เครื่องขัดขวางไม่ให้บรรลุธรรม เช่น ความขี้เกียจ ความลังเลใจ) ดิฉันเริ่มสัมผัสว่ากลางคืนเป็นเวลาที่เงียบสงบ ทำให้สามารถพิจารณาธรรมได้ดีมาก เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของกลางคืนชัดเจนมาก เช่น ขณะที่เราเดินภาวนาที่ชายหาด เมื่อฝนตกปรอย ๆ ลงมา ทรายที่เราเดินย่ำจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เราได้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้วเราควบคุมอะไรไม่ได้เลย เราชอบคิดว่าโลกนี้เป็นของเรา เราชอบที่จะจัดการควบคุมมัน ความจริงแล้วสิ่งที่เกิดมาในโลกนี้คืออัตตาตัวตนของเรา ถ้าเราพร้อมยอมรับว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและสรรพสิ่งเท่านั้นและเราก็แค่เปลี่ยนแปลงไปตามมัน

“เนสัชชิกให้กำลังดิฉันในการเห็นความจริงนี้ ทำให้ได้สังเกตพิจารณาธรรมไปด้วย ซึ่งทำให้ได้ในสิ่งที่เราแทบไม่คาดคิดว่าจะได้ในพรรษานี้”

นับจากนี้ โครงการอุบาสิกาใจพระจะมีต่อไปเรื่อย ๆ โดยอุบาสิกาใจพระรุ่น 1 จะทำหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่อุบาสิกาใจพระรุ่น 2 และจะมีการ “ส่งไม้” อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนได้มุ่งสู่หนทางแห่งการหลุดพ้น
(นิตยสาร) Secret ขออนุโมทนากับผู้ที่ริเริ่มโครงการนี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และอุบาสิกาใจพระทุกท่าน ที่ทำให้เราได้เห็นว่า หน้าที่ที่สำคัญในชีวิตของลูกผู้หญิงไม่ได้มีแค่การทำงานหาเงิน เป็นแม่ ดูแลสามีและลูก แต่ยังต้องพยายามฝึกขัดเกลาจิตใจของตัวเองไปพร้อม ๆ กับการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นด้วย จึงจะได้ชื่อว่าคุ้มค่าที่ได้เกิดมาเป็นชาวพุทธในชาตินี้
นิตยสาร Secret : http://www.secret-thai.com/
Facebook : https://www.facebook.com/SecretThaiMag/