เพราะทุกอย่างเพียงแต่เป็นไปตามเหตุปัจจัย

เพราะทุกอย่างเพียงแต่เป็นไปตามเหตุปัจจัย
ถ้าเรามีความสุขเราจะต้องรู้ทุกข์ไหม คนที่มีความสุขอยู่ในชีวิตเขาก็บอกว่าเขาก็ไม่เห็นทุกข์อะไรเเล้วเขาจะเห็นอริยสัจได้ยังไง คำว่าอริยสัจหรือรู้ทุกข์คือการรู้ว่าไม่ว่าจะสุขจะทุกข์จะเฉย ๆ ล้วนเกิดขึ้นเเล้วก็ดับไปเป็นธรรมดา
สังเกตไหมว่าตัวเราเองเมื่อเกิดความทุกข์เราจะพยามปฏิเสธผลักไสไล่ส่งสิ่งนั้นให้ออกไปให้เร็วที่สุดจากชีวิตของเรา ใครที่มีความทุกข์อยู่จะรู้เลยว่าไม่อยากอยู่กับมันเลย จะพยามผลักไสไล่ส่งมันออกให้พ้น ๆ ไปเวลาเรามีความสุขทุกคนก็อยากจะให้ความสุขนี้อยู่นาน ๆ ไม่อยากจะให้มันเสื่อมสลายไป เวลาที่ทุกอย่างเป็นไปดั่งใจ คำนี้จะง่ายที่สุด เวลาทุกอย่างที่เป็นไปดั่งใจก็รู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ค่อยมีอารมณ์ก็รู้สึกเป็นปกติดี ท่าทางจะภาวนาได้ที่ ก็มันดั่งใจ ลองมันพลิกกลับไปอีกด้านหนึ่งรับรองได้ว่าไม่ดั่งใจล่ะ
พอไม่ดั่งใจเเทนที่จะเห็นว่าความสุขทั้งหลายเกิดดับ พอมันเกิดความทุกข์ขึ้นตอนนั้นก็จะผลักไสไล่ส่งมันออกไปอีก เเล้วก็เเสวงหาหรือก็นั่งรอ บางคนก็ใช้บนบานศาลกล่าวอันนี้ก็คือเรื่องจริงที่จะให้ความสุขนั้นกลับมาอีก หรือความสุขที่จะให้ได้ดั่งใจกลับมาอีกก็ไปบนบานศาลกล่าวเอา
นี่คือคนที่ไม่รู้อริยสัจคือไม่เห็นไม่เกิดสัมมาทิฏฐิ คือไม่รู้ว่าอะไรเป็นทุกข์ ถ้าเห็นอย่างนี้ถ้าคนมีปัญญาก็ควรจะเห็นว่าความสุขเองก็เกิด ๆ ดับ ๆ ความทุกข์เองก็เกิด ๆ ดับ ๆ สิ่งเกิดดับล้วนเป็นทุกข์ เเปลว่าสุขก็คือทุกข์นั้นเองเพราะว่าความที่เราทะเยอทะยานจะแสวงหาหรือพยามจะรักษามันให้ได้ เเต่มันรักษาไม่ได้เพราะมันขึ้นตามเหตุเเละปัจจัย มันขึ้นอยู่กับเหตุเเละปัจจัย มันจึงกลายเป็นว่าเราคิดเอาเองเฉย ๆ โดยไม่เกี่ยวกับสุขหรือทุกข์เลย
เพราะทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับเเต่ล่ะเหตุการณ์มันขึ้นกับเหตุเเละปัจจัย ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นมันเกิดไปตรงกับใจก็จึงกลายเป็นความรู้สึกสุขขึ้นมา
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากคอร์สปฏิบัติธรรม “คอร์สเข้มคอร์สนี้ไม่มีในโลก”
สามารถดาวโหลดฟังคลิปเสียง mp3 คอร์สปฏิบัติธรรมนี้ได้ที่นี่
https://makkanuka.wordpress.com/2015/02/19/hardcore-course/