นักปฏิบัติธรรมจริง ๆ จะต้องแก้ให้ตรงจุด

นักปฏิบัติธรรมจริง ๆ จะต้องแก้ให้ตรงจุด
เวลาใดที่รู้สึกว้าเหว่ หรือ รู้สึกเงียบเหงาขึ้นมา

จงบอกตัวเองว่า..

..มันไม่มีกู ไม่มีเรา จะไปเอาอะไร..

..มันมีแต่ธรรมชาติ เกิดดับๆ ว่างจากตัวตน..

แล้วจะไปทำจิตให้มันเศร้าหมองทำไมให้โง่

ไม่ต้องไปยึดอารมณ์ประเภทนั้น

รับรู้แล้วรีบปล่อยวางทันที

นั่นแหละคือความทุกข์ที่เห็นได้ชัดๆ จากการที่มีจิตเป็นเรา

มีร่างกายเป็นเรา..

คนทั่วไปเมื่อรู้สีกเหงา ว้าเหว่ เขาก็ไปออกกำลังกาย ไปเที่ยว

ไปหาเพื่อน ไปกินอาหารนอกบ้าน..

การหาทางออกเช่นนี้เป็นการเปลี่ยนอารมณ์

ที่ต้องเปลี่ยนอยู่อย่างนั้นเรื่อยไปไม่ได้กำจัดหรือสกัดที่ต้นตอปัญหา

…เรียกว่า แก้ไม่ตรงจุด..

นักปฏิบัติจริงๆ จะต้องแก้ให้ตรงจุด คือ ต้องแก้ที่จิต

อย่าให้จิตมีความคิดปรุงแต่งขึ้นมาได้

แต่ให้เห็นว่าจิตนั้นก็เป็นธรรมชาติที่เป็น ‘อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา’

เเละ เป็น ‘สุญญตา’

ทั้งกายทั้งจิต ทั้งอารมณ์ ล้วนแต่ว่างจากตัวตนทั้งสิ้น

นี่แหละวิธีการแก้ปัญหาให้ตัวเอง

ถ้าทุกๆคนทำได้ ก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย

อย่าตามใจตัวเอง มิฉะนั้นสังสารวัฏ จะไกลไปเรื่อย ไม่จบสิ้น

กิเลสตัวนั้นต้องจับมันให้ติด แล้วหักดิบมันเสีย

ยิ่งปล่อยมันก็ยิ่งเหลิงไปเรื่อย

พอขาดสติปัญญาที่จะบังคับมัน ต่อไปก็บังคับไม่ได้จนกลายเป็นจิตเถื่อน

เมื่อจิตเถื่อนแล้ว มันก็เถื่อนทั้งกาย ทั้งวาจา และการกระทำ

ทำถูกบ้างผิดบ้าง พูดถูกบ้างผิดบ้าง

เพราะปล่อยให้จิตเป็นเช่นวัวเถื่อน ขาดการฝึก ขาดการดูแล

ขาดระเบียบวินัยที่จะบังคับมัน..

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก (พระวิปัสสนาจารย์)
จากหนังสือ “ไม่ใช่กู”

สามารถศึกษาธรรมะข้อธรรมจาก หลวงพ่อเอี้ยน เพิ่มเติมได้ที่
http://www.santibunpot.com/