ลมหายใจเเค่เป็นสื่อให้เกิดจิตอุเบกขา

การเดินจงกรมนั่งสมาธิเป็นอุปกรณ์ สนับสนุนให้เกิดปัญญา
วันนี้สิ่งที่เราควรทำให้มากคือจงเคยคุ้นกับสติ จงเคยคุ้นกับความสงบเเล้วท่านจะปลอดภัย เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านเริ่มเปลี่ยนทางมาเคยคุ้นกับความสงบหรืออุเบกขาเเทน เเทนการเคลื่อนไหวด้วยการเวลาอยู่ที่ไหนรู้ลมหายใจเอาไว้ มีสติเอาไว้ เดินเหินยิบจับรู้ตัวเอาไว้ จนกระทั่งคุ้นกับตรงนี้
หลายคนเขาพูดกันขึ้นมาด้วยความไม่รู้ (เขาบอกเอาเเต่รู้ลมหายใจ! นอนในโรงพยาบาลมันมีลมที่ไหนเล่า! ก่อนตายมันก็ไม่มีลม! ไม่มีลมเเล้วจะจับอะไรล่ะ ก็ไม่มีสติสิ)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเห็นไปไกลกว่านั้น ลมหายใจเเค่เป็นสื่อให้เกิดจิตอุเบกขา พอจิตเกิดเป็นอุเบกขาเเล้ว ลมจะมีหรือไม่มีจิตก็เข้าสู่อุเบกขาไปเเล้ว จิตไปเคยคุ้นกับอุเบกขาเเล้ว วันไหนที่ท่านฝึกจนกระทั่งมันเป็นอุเบกขา ท่านจะรู้ลมหรือไม่รู้ลมมันอยู่ที่อุเบกขาตลอด เมื่อมันอยู่ที่อุเบกขาทันทีที่มันเกิดวามทุกข์ มันจะเหมือนกับการเอามือออกจากกะละมังน้ำธรรมดาไปจุมในน้ำร้อนมันจะชักมือออก ตรงนี้แหละที่สติมันจะเข้ามาระลึก เเล้วท่านจะกระเด้งกลับมาอยู่กับอุเบกขาอีก ถ้ามันเป็นอย่างนี้เมื่อไหร่ จะตกนรกได้ยังไง จะลงอบายได้ยังไง
เพราะทันทีที่ความทุกข์กำลังเกิดขึ้นจากการคิด จากความโลภ หรือจากความโกรธ มันจะเหมือนกับคนที่เคยจุ่มอยู่ในน้ำธรรมดาเเล้วไปจุ่มอยู่ในน้ำร้อนเเล้วมันจะชักมือออกทันที สติมันจะระลึกตอนนั้น เมื่อสติระลึกปั๊บ!มันจะกลับเข้าสู่อุเบกขาก็เหมือน(อินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศ)นั้นแหละท่านจะปลอดภัยทันที
เเต่หากวันนี้ท่านปล่อยให้จิตเคยคุ้นกับความเคลื่อนไหวตลอดเวลา วันที่มันร้อนขึ้นอีกหน่อยหรืออุ่นลงอีกหน่อยท่านจะไม่รู้เลย จะไม่มีอะไรมาเตือนเลย ถึงวันนั้นจะอันตรายมาก เพราะว่าภูมิที่ท่านจะไปต่อมันจะเป็น อุณหภูมิเดียวกับที่ท่านอยู่กับปัจจุบัน
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ส่วนหนึ่งจากธรรมบรรยาย ในคอร์สปฏิบัติธรรม มัคคานุคาเบื้องต้น