การเดินจงกรมนั่งสมาธิเป็นอุปกรณ์ สนับสนุนให้เกิดปัญญา

การเดินจงกรมนั่งสมาธิเป็นอุปกรณ์ สนับสนุนให้เกิดปัญญา
การบรรลุธรรม ไม่ใช่บรรลุธรรมจากการเดินจงกรมนั่งสมาธิ แต่การเดินจงกรมนั่งสมาธิเป็นอุปกรณ์ เป็นสิ่งที่เกื้อกูลสนับสนุนให้เกิดปัญญา เเละทำให้จิตใจตั้งมั่นขึ้น
การเดินจงกรม นั่งสมาธิก็เหมือนนักมวยที่เข้าฟิตเนสเพื่อจะกระโดดเชือกสร้างกำลัง เมื่อขึ้นไปบนเวทีก็ต้องใช้ปัญญาใช้สายตาในการเอาชนะหลบหลีกคู่แข่ง ถามว่าการกระโดดเชือก วิดพื้นเข้าฟิตเนสช่วยไหม? ช่วยเป็นอุปกรณ์เป็นสิ่งสนับสนุนที่ทำให้การขึ้นเวทีสามารถจัดการกับกิเลสได้ เเต่ตัวการกระโดดเชือกการอยู่ในยิมไม่ใช่ ไม่ใช่การที่จะไปชนะคู่เเข่ง วันนี้จึงเกิดการเดินผิดทางเเล้วก็เข้าใจผิด นึกว่าการเข้ายิมเป็นการชนะกิเลสได้ เเต่เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อให้เกิดปัญญา ให้จิตใจตั้งมั่นขึ้น
ผมขอยกตัวอย่างสักตัวอย่างหนึ่งซึ่งก็คุ้นเคยกันดีในหลักสูตรของคุณเเม่สิริ ในหลักสูตรของคุณเเม่สิริจะมีการเดินจงกรม นั่งสมาธิกันอยู่ตลอดเวลาเเล้วก็ให้ปัญญาในการฟังธรรม เเต่ถ้าเราสังเกตดูชื่อหลักสูตรที่คุณเเม่ตั้งไว้ หลักสูตรพัฒนาจิตเเล้วก็จบด้วยให้ถึงสันติสุข ท่านไม่ได้บอกว่าเป็นหลักสูตรเดินจงกรม นั่งสมาธิ ชื่อหลักสูตรคือปัญญา เเต่ตัวการปฏิบัติในหลักสูตร เป็นกระบวนการเพื่อให้เกิดปัญญาเเละสันติสุข ไม่ใช่ให้เดินจงกรมเก่งหรือว่านั่งสมาธินาน เเต่เป็นการพัฒนาจิตเพื่อให้เกิดปัญญาเเละสันติสุข อะไรล่ะคือสันติสุขก็พระนิพานนั้นแหละ เป้าหมายไม่ใช่อยู่ที่การเดินจงกรม นั่งสมาธิเเต่เลยขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ส่วนหนึ่งจากธรรมบรรยายในคอร์สปฏิบัติธรรม มัคคานุคาเบื้องต้น