ทำเพื่อเจริญปัญญา

ทำเพื่อเจริญปัญญา
การนั่งสมาธิ เเม้คำว่านั่งสมาธิก็เป็นเพียงบัญญัติที่พูดติดปากเท่านั้น คือรูปนั่งขัดสมาธิ หลังตรง หลับตา มือทั้งสองประสานกันไว้ที่ตัก
“แต่จากนี้ไปไม่ได้นั่งเพื่อสมาธิอีกเเล้ว เเต่เป็นการนั่งเจริญปัญญา”
เพราะการนั่งสมาธิมักจะสร้างความคาดหวังในผล คือการนั่งเพื่อให้เกิดสมาธิหรือให้เกิดความสงบ หากนั่งเเล้วไม่สงบก็จะหงุดหงิดรำคาญใจ ดังนั้นจริงๆ เเล้วเป็นการนั่งภาวนาเท่านั้นเอง เเต่เเม้ว่าการนั่งสมาธิจะเป็นการบังคับให้จิตไปเกาะอยู่กับอารมณ์หลักซึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดผลเป็นสมาธิก็ตาม เเต่หากผู้นั่งมีปัญญา ก็สามารถนำความสงบที่เกิดขึ้นไปตามรู้ใจได้ง่ายขึ้นหรือหากจะตามรู้ใจอย่างอิสระตามความเป็นจริงโดยไม่ผูกจิตไว้ที่อารมณ์หลักก็ได้ทั้งสองเเบบ เเต่หากตามดูตามรู้จิตที่เขาทำงานอย่างอิสระนั้น ก็เป็นการสร้างเหตุ ซึ่งผลคือสัมมาสมาธิก็เกิดขึ้นได้เองเช่นกัน ถ้าเป็นเช่นนี้ จะพบความอิสระกันอย่างเเท้จริง
เเม้นสมาธิหรือความสงบจะไม่เกิดเนื่องจากปัจจัยใดๆ ก็เเล้วเเต่เขา หน้าที่ของเราก็เเค่ตามดูเท่านั้นเอง ซึ่งอาตมามักใช้วิธีหลัง คืออิสระจากการบังคับจิต เป็นการเจริญสติตลอดมา
การเดินจงกรมก็เช่นกัน เป็นการเดินไปตามปรกติ ตามดูตามรู้การทำงานของกายเเละจิต เเม้จะเป็นรูปเเบบคือการเดินกลับไปกลับมาก็จริง เเต่ภายในใจเราไม่ได้ไปติดรูปเเบบระยะการเดินใดๆ ทั้งสิ้น เป็นอิสระกันไป ดังนั้นเเม้ดูเหมือนมีรูปเเบบ เเต่ภายในไม่ใช่เเล้ว เป็นเพียงเครื่องมือฝึกฝนทำความเพียรให้ได้รู้ตัวเท่านั้น
เเต่ถึงขณะนี้ เเม้การใช้ชีวิตประจำวันจะเป็นเสมือนการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา เเต่การนั่งภาวนาเเละเดินจงกรมเป็นการสร้างความเพียรเเละเป็นรูปเเบบที่งดงาม เป็นสิ่งสมควรทำของผู้ปฏิบัติอยู่ดี
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ดูจิตหนึ่งพรรษา”

ท่านสามารถอ่านหนังสือเล่มนี้ได้จากห้องสมุด
หรือสามารถหาซื้อได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป
http://suanyindee.lnwshop.com/product/12/ดูจิตหนึ่งพรรษา