เราจะเอาชนะคำทำนายหมอดูได้อย่างไร

เราจะเอาชนะคำทำนายหมอดูได้อย่างไร
วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเรื่องที่ผมเชื่อว่าทุกคนในโลกนี้ตั้งข้อสงสัย แล้วก็มีคำถามในใจกันมาตั้งแต่เด็กๆ ก็มี คือคำถามที่ถามว่า
“เราเกิดมาทำไม”
ทุกคนก็ถามตัวเองมาตลอดว่าเราเกิดมาทำไม แล้วคำตอบก็เยอะแยะมากมายที่คนส่วนใหญ่ก็พูดถึงว่า “เราเกิดมาใช้กรรม” “เราเกิดมาเพื่อมาทำความดี” “เราเกิดมาเพื่อให้เราหลุดพ้น”
ถ้าเรามาถามความจริงกับทุกคนว่า ถ้าวันที่เราคลอดออกมาแล้วเราพูดได้จริงๆ แล้วหมอถามเราว่า “หนูเกิดมาทำไม?” เราจะตอบหมอว่าอะไร เราจะตอบหมอว่า “ไม่รู้” “ไม่ได้อยากเกิด มันไม่รู้ออกมายังไง แต่มันไม่รู้” ที่บอกว่าเกิดมาใช้กรรม “กรรมอะไร? ไม่รู้ ไม่ได้ทำ ไม่รู้เรื่อง??” นี่คือความจริงถ้าเราเปิดใจรับ
แล้วยังไงแล้วตกลงเราเกิดมาทำไม
ผมจะบอกเลยว่าเราไม่ได้เกิดมาทำไม คำถามนี้มันผิดตั้งแต่คำถาม เราต้องกลับคำถามใหม่แล้วเราจะตอบได้ ต้องถามว่า “ทำไมเราถึงเกิดมา” การตอบจะง่ายมากเลยคือตอบว่า
“เพราะมันมีเหตุให้เกิด จึงเกิด”
แล้วอะไรคือเหตุให้เกิด พระพุทธเจ้าตรัสไว้เลยว่า คือ “ตัณหาผู้สร้างภพ การเกิดทุกคราวเป็นทุกข์ร่ำไป” นี่ล่ะที่เราเกิดกันมา
มันยังมีเหตทำให้เราเกิด มันจึงเกิด เราไม่ได้เกิดมาทำไม ถ้าเราบอกว่าเราเกิดมาทำไมนั่นแปลว่าเราเลือกได้ แต่นี่เราไม่ใช่คนเลือก แล้วมันไม่มีเราให้เลือก มันเหมือนกับอยู่ๆ จะถูกบังคับให้เกิดก็ไม่ใช่ เพราะเหตุปัจจัยมันพอดีให้เราเกิดเราก็เลยเกิดมา แค่นั้นเอง
คำถามต่อมาที่คนมักจะสงสัยก็คือว่า เอาล่ะ พอเราเกิดมาแล้ว มันก็มีวันเดือนปีเกิด แล้วพอมีวันเดือนปีเกิดก็เห็นคนเขาเอาไปดูหมอกันได้ นั่นแสดงว่าวันเดือนปีเกิดเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตของเราจริงๆ หรือ?
คำถามนี้ก็น่าสนใจ ผมเชื่อว่าถ้าหลายคนตอบ ก็คงจะมีคำตอบมากมายเหมือนกันอย่างเช่น “โอ๊ย..วันเกิดจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิต” “ชีวิตของเราลิขิตด้วยกรรมที่เราทำเอง” ถูกต้อง ถ้าผมจะตอบอย่างนี้บ้างผมก็ตอบได้ แต่เชื่อไหมว่าตอบไปแล้วมันไม่เคลียใจของคนฟังคนไหนๆ เลย เพราะคำถามที่จะถามต่อมาในใจถ้าเขาไม่ถามต่อแสดงว่าเขาเกรงใจขี้เกียจจะถาม แต่ถ้าไม่เกรงใจผมก็จะถามแทนให้เลยว่า ขอโทษแล้วที่ดูหมอกันทุกวันนี้แล้วถูกมากกว่า ๘๐% นั่นจะตอบว่าอะไร แล้วในวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติขึ้นมา ไม่ใช่พราหมณ์ร้อยแปดหรือ? ที่มาบอกว่าท่านจะได้เป็นมหาจักรพรรดิ์หรือไม่ก็เป็นศาสดาเอกของโลก นั่นไม่ใช่การพยากรณ์ของหมอดูหรือ? แล้วหนึ่งในโกณฑัญญะผู้บรรลุธรรม ก็คือพราหมณ์ในวันนั้น แล้วเราจะตอบคำถามนี้ว่าอะไรล่ะถ้าอย่างนั้น
งั้นเราต้องยอมรับความจริงกันอย่างหนึ่งว่าบางศาสตร์มีอยู่จริงๆ แต่ไม่ใช่การกำหนด ผมจะบอกให้ว่า รูปนามนี้มันไม่ได้เป็นเราหรอก ในช่วงเวลาของการเกิดในโลกในจักรวาล มันมีความซ้ำ มันมีความซ้ำ ถ้าเราจะบอกว่ามันคือสถิติ มันก็ต้องมานั่งอธิบายอีกว่าสถิติไปเกี่ยวอะไรกับสิ่งนี้ สถิติเป็นสิ่งที่มาทีหลัง แต่ว่าความจริงของโลกของจักรวาลนี้มันมีความซ้ำกันอยู่
มนุษย์มีอายุตั้งแต่แปดหมื่นปี จนมาเหลือสิบปี แล้วหลังจากนั้นมนุษย์ก็จะมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ กลับไปที่แปดหมื่นปี แล้วก็กลับมาอยู่ที่สิบปีอีก หลังจากนั้นจักรวาลแตกดับมนุษย์ก็จะเริ่มต้นใหม่ที่แปดหมื่นปีจนถึงสิบปีอีก (ความรู้ในพระไตรปิฏก)
มันเกิดความซ้ำ ความซ้ำ ที่ Repeat กันอยู่ตลอดเวลา ในโลกในจักรวาลนี้เกิดการซ้ำการแตกดับแล้วก็เริ่มต้นใหม่ เกิดการแตกดับ แล้วก็เริ่มต้นใหม่ เพราะฉะนั้นจึงเกิดการเวียนว่ายตายเกิดที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ดังนั้นเมื่อเริ่มเข้าใจความซ้ำเหล่านี้แล้ว สัตว์โลกทั้งหลายจึงคล้ายๆ กับสรรพสิ่งที่ถูกน้ำพัดไปตามเหตุปัจจัยเฉยๆ วันนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความซ้ำมันจะเป็นยังไง ปัญหาที่จะออกจากความซ้ำแล้วจะออกจากสังสารวัฏนี้ยังไงต่างหาก อันนี้คือความจริง
เพราะฉะนั้นในวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ในวันนั้นยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ หรือยังเป็นเจ้าชายน้อยอยู่ มีการพยากรณ์เกิดขึ้นจริงๆ เราก็ทราบ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเลี่ยงคำตอบนี้ เพียงแต่ว่าในความซ้ำนี้ จะออกยังไง อย่าลืมว่าในความซ้ำทำไมหมอดูถึงได้ดูแต่ละคนค่อนข้างถูก
เนื่องจากว่าทุกคนดำเนินตามสัญชาตญาณ เมื่อมีการตอบสนองแบบหนึ่งอย่างเช่น มีคนนินทา ในคนหนึ่งร้อยคน จะเกิดความไม่พอใจเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้น Routine ในการเดินจะเข้าแทรกเดียวกันหมด มันจะเดินซ้ำเข้าไปทางเดียวกัน
หากมีคนที่ถูกนินทา แล้วเขาเกิดมีสติระลึกแล้วเขาไม่ได้เกิดอารมณ์กับสิ่งนั้น คนๆ นี้จะออกนอกสถิติ
ดังนั้นการปฏิบัติธรรมเมื่อคนที่ปฏิบัติไปมาแล้วจริงๆ หมอที่ไหนก็ดูไม่ถูก
ดังนั้นวันนี้ถ้าพวกเราทั้งหลายเริ่มเข้าสู่ปฏิบัติธรรมจริงๆ อย่างเช่นมีคนบอกว่าเดี๋ยวเธอจะต้องหกคะล้ม ตกบันได แขนหัก มีหมอดูทายทักมา นั่นแปลว่าในคนหนึ่งร้อยคน พันคน หมื่นคน มีการทำเหมือนกันก็คือความไม่มีสติ เมื่อเกิดความไม่มีสติแล้วหกคะล้มตีลังกาลงไป แขนมันจะหักเหมือนๆ กันเมื่อถึงวันนี้เวลานี้
แต่หากมีใครซักคนที่เกิดมีสติขึ้นมา มีปัญญาขึ้นมา เริ่มกลับมาดู มีสติสัปชัญญะ
เขาก็จะผ่านสิ่งนั้นไป
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

จากธรรมบรรยายในรายการ “สุขทุกวัน ๗ วัน ๗ กูรู”
ทางช่อง AMARIN TV HD (๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘)
https://www.youtube.com/watch?v=AwRghz8ebJs

สามารถดูคลิปวีดีโอธรรมบรรยายฉบับเต็มได้ที่นี่
https://youtu.be/S1athgMP6gA?list=PLDzf9cyBwgxCNwRsjZgHTiJdfW0iznaQ5