มรรคองค์ที่ ๒ สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ

หนทางแห่งการพ้นทุกข์ อริยมรรคมีองค์ ๘
มรรคองค์ที่ ๒ สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความดำริชอบเป็นอย่างไรเล่า
ความดำริในการออกจากกาม
ความดำริในการไม่มุ่งร้าย
ความดำริในการไม่เบียดเบียน
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันนี้เรากล่าวว่า ความดำริชอบ

เมื่อมีความเห็นหรือทิฏฐิอันถูกตรง การดำริหรือความตั้งใจก็จะถูกตรงว่า สิ่งที่จะทำให้เกิดทุกข์ก็คือการเข้าเสพติดในกามคุณ ๕ ซึ่งมีผลทำให้ใจเป็นทุกข์เร่าร้อน เริ่มมีปัญญาเห็นโทษภัยในกามทั้งหลายว่ามีทุกข์มาก มีสุขน้อย ล้วนทำให้เกิดการเดือดเนื้อร้อนใจจึงดำริที่จะพรากออก ไม่ว่าจะด้วยการละขาดหรือยังคงใช้อยู่แต่ไม่เข้าไปยึดติด กามในที่นี้มิใช่เฉพาะเรื่องของหญิงชายเท่านั้น แต่กามนั้นคือสิ่งที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ไปยึดไปเสพในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส แล้วหลงว่ามันเป็นของดี เช่นทางกาย จะไปที่ไหนๆ ก็คิดถึงบ้าน ที่นอนไม่สบายเหมือนบ้านเรา หรือไปไหนๆ พอสามทุ่มก็เสียดายวันนี้ไม่ได้ดูละครเรื่องโปรดตอนจบซะด้วย อุตส่าห์ดูมาตั้งนาน ในเบื้องแรกอะไรๆ ก็ดูจะเป็นกามไปหมดเพราะเราหลงยึดติดไปหมด แต่การจะออกจากกามนั้นมี ๒ วิธีคือ
๑) ใช้ไปเห็นโทษภัยไปว่า ยึดเมื่อไหร่ทุกข์ อยากเมื่อไหร่ก็ทุกข์ ดังนั้นเริ่มใช้ด้วยสติปัญญา มีไว้ใช้ก็ใช้ไม่หลงใหลได้ปลื้มมากนัก แล้วจะถอนฉันทราคะในสิ่งนั้นออกได้
๒) พรากออกเลย แบบนี้เหมาะกับผู้ที่หวังผลอย่างรวดเร็ว แต่นั่นต้องแกล้วกล้าอาจหาญ วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะมากที่จะออกบวช
เมื่อเริ่มพรากออกก็จะเห็นการยึดติดอย่างเหนียวแน่น จึงเกิดความทุกข์ ความกระวนกระวายใจเพราะตัณหาบีบคั้น อยากจะได้สิ่งนั้นๆ นี่คือความทุกข์ที่ทุกคนถูกกามเล่นงาน เพียงเพราะอยากได้สุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เปรียบเหมือนเกลียวคลื่น พยับแดด เกิดขึ้นแล้วสักพักก็สลายหายไป เมื่อหลงไปยึดติดเข้า วันใดไม่ได้ก็จะเป็นทุกข์
ทุกข์ที่เกิดขึ้นตรงนี้เรียกว่า นิวรณ์ ๕ ความเป็นจริงนิวรณ์ ๕ เกิดขึ้นจากการที่เราไปเสพติดกามไว้ก่อน เมื่อจะพรากออกจึงมีผลบ้าง ตรงนี้ต้องใช้ขันติความอดทนอดกลั้นไว้ แน่นอนมันจะพยายามลากเรากลับไปอยู่กับสิ่งนั้นๆ อีก ต้องมุ่งมั่นที่จะเลิก โดยเห็นโทษภัยอย่างแท้จริง ดังนั้นขณะที่เรารู้สึกทุกข์ใจจากการพยายามจะพรากนั้น เป็นการเผากิเลสนะ อย่าเข้าใจผิด เปรียบเสมือนการที่คนติดยาเสพติด เห็นว่าการเสพยาเป็นทุกข์มากกว่าสุข ซึ่งเมื่อตอนยังไม่มีปัญญา มองว่ายาเสพติดเสพแล้วเป็นสุข แต่พบความจริงว่าสุขเล็กน้อยที่ได้เสพ แต่ทุกข์มากเมื่อไม่ได้ จึงอยากที่จะเลิก การเลิกยานั้นแน่นอนจะเกิดอาการที่เรียกว่าลงแดง ซึ่งจะทุกข์ทรมานมาก การอดทนอดกลั้นที่จะเลิกยาเสพติดจึงเป็นการกระทำที่ผู้รู้สรรเสริญ เพราะเมื่อผ่านช่วงนี้ไปได้ การเลิกยาเสพติดจะเข้าไปใกล้ความสำเร็จมากขึ้น
นิวรณ์ (อ่านว่า นิ-วอน) แปลว่า เครื่องกั้น
หมายถึงธรรมที่เป็นเครื่องปิดกั้นหรือขัดขวางไม่ให้บรรลุความดี ไม่เปิดโอกาสให้ทำความดี และเป็นเครื่องกั้นความดีไว้ไม่ให้เข้าถึงจิต เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ปฏิบัติบรรลุธรรมไม่ได้ หรือทำให้เลิกล้มความตั้งใจปฏิบัติไป
นิวรณ์มี ๕ อย่าง คือ
๑. กามฉันทะ ความพอใจ ติดใจ หลงใหลใฝ่ฝัน ในกามโลกีย์ทั้งปวง ดุจคนหลับอยู่
๒. พยาบาท ความไม่พอใจ จากความไม่ได้สมดังปรารถนาในโลกียะสมบัติทั้งปวง ดุจคนถูกทัณฑ์ทรมานอยู่
๓. ถีนมิทธะ ความขี้เกียจ ท้อแท้ อ่อนแอ หมดอาลัย ไร้กำลังทั้งกายใจ ไม่ฮึกเหิม
๔. อุทธัจจะกุกกุจจะ ความคิดซัดส่ายตลอดเวลา จิตไม่สงบนิ่งตั้งมั่น
๕. วิจิกิจฉา ความไม่แน่ใจ ลังเลใจ สงสัย กังวล กล้าๆ กลัวๆ ไม่เต็มร้อย ไม่มั่นใจ
เพราะฉะนั้นการฝึกเพื่อจะให้พ้นขึ้นมาต้องฝืนทน ทวนกระแสจนเมื่อพ้นมาแล้วจะรู้สึก สบาย เป็นอิสระ เพราะไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของมันอีก ความดำริในการไม่มุ่งร้าย และความดำริในการไม่เบียดเบียนนั้นเข้าใจไม่ยาก เมื่อเราไม่มุ่งร้ายไม่เบียดเบียนใคร ความสงบในใจจะเกิดมีขึ้น จะเกิดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นขึ้น เป็นการลดตัวลดตนลงไปด้วย เมื่อคิดถูกดำริถูกก็จะใช้คำพูดที่ถูกต้อง เป็นสัมมาวาจาขึ้นมา
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ภาพและเนื้อหาจากหนังสือ “กลัวเกิดไม่กลัวตาย”
(อ่านแบบ PDF) https://makkanuka.files.wordpress.com/2015/02/gluagerd.pdf
(อ่านแบบ เล่ม) http://suanyindee.lnwshop.com/product/5/กลัวเกิดไม่กลัวตาย
(เสียงอ่านหนังสือ MP3) https://makkanuka.wordpress.com/2015/08/12/gluagerd-pdf-mp3/