เนกขัมมะ การพรากออกจากสิ่งต่างๆ ที่ยึดติด เสพติดไว้

เนกขัมมะ การพรากออกจากสิ่งต่างๆ ที่ยึดติด เสพติดไว้
“เนกขัมมะ การพรากออกจากสิ่งยึดติด”
คนติดยาเสพติดมี ๒ ประเภทคือ ตัวเองติดแต่ไม่รู้ว่าติด อีกประเภทติดอยู่แต่ก็ยอมรับว่าติด นี้เป็นลักษณะคนติดยาเสพติดสองประเภท สองประเภทนี้มีลักษณะอย่างไร
ประเภทที่ ๑ ใช้ยาเสพติดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นยาเสพติด ก็รู้สึกว่าเสพแล้วมีความสุขดี มีใครมาบอกว่าติดยาก็จะเถียงทั้งทางวาจาและทางใจว่า ใครติด? ใครๆ ก็ใช้กันถ้าติดก็ติดกันทั้งบ้านทั้งเมืองซิ (ก็ใช่นะซิ) นี่เป็นประเภทแรก ยากที่จะเยียวยา เพราะเจ้าตัวไม่เห็นโทษ เช่น ลุงคนหนึ่งสูบบุหรี่ทุกวัน พอว่างก็สูบ มีคนทักว่าลุงติดบุหรี่นะ ลุงกลับตอบว่า ลุงไม่ติดหรอก สูบมา ๓๐ ปีแล้ว ถ้าติดติดไปนานแล้ว…??!!?
ประเภทที่ ๒ ติดยาอยู่ รู้ตัวว่าติด ประเภทนี้ดีว่าประเภทที่ ๑ เพราะอย่างน้อยรู้แล้วว่าติดยาเสพติดแต่อดไม่ได้ยังอยากใช้ตลอดเวลา แบบนี้ยังพอมีโอกาสจะแก้ไขได้ เมื่อคนประเภทที่ ๒ ต้องการบำบัด เข้าสู่กระบวนการบำบัดในสถานบำบัด ในผู้ติดยาประเภทที่ ๒ นั้น ก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทอีก
๒.๑ เข้ามาบำบัดแล้วรู้สึกอึดอัดเป็นทุกข์เพราะต้องพรากจากยาเสพติดชนิดต่างๆ ที่ตัวเองติด พอเข้าสู่กระบวนการพรากจากยาเสพติดอาจจะรู้ความจริงเพิ่มขึ้นไปอีกว่าเราไม่ได้ติดยาเสพติดชนิดเดียวแต่เราติดเพียบเลย เมื่อเกิดความทุกข์หรืออาการลงแดงจากการพราก ซึ่งส่งผลออกมาเป็นอาการคือเบื่อ หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน ภาพที่มองชัดหูขัดหาไปหมด กระสับกระส่าย หาอะไรกินไม่หยุด ฯลฯ จึงรู้สึกว่าการบำบัดยานี่ไม่ดีเลย มาแล้วทำให้ทุกข์มาก หากอยู่บ้าน ได้อยู่เสพสิ่งต่างๆ ที่เคยเสพก็จะไม่ทุกข์แบบนี้ ประเภทนี้จะกลับออกไปแล้วไปเสพต่อ
๒.๒ เมื่อเข้ามาบำบัดรู้สึกทุกข์แบบเดียวกับประเภทที่ ๒.๑ เช่นกัน แต่กลับเห็นว่าความทุกข์ความกระสับกระส่ายที่เกิดขึ้นเพราะเราไปเสพติดสิ่งนั้นเอง เรานึกว่ามันดีจึงไปยึดถือเสพเข้าไปอย่างไม่เคยระมัดระวังถึงผลที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นอย่างนี้ ดังนั้นเราต้องเลิกมันให้ได้เราถึงจะหายทุกข์ นี่เป็นลักษณะคนติดยาประเภทที่จะมีอัธยาศัยที่จะเลิกพ้นไปจากยาเสพติดได้ เขาจะอดทน ทนสู้กับความทุกข์อันเป็นผลจากที่ไปติดมันมาก่อนนั่นเอง
ในวัดหรือสถานที่ปฏิบัติก็จะมีคนที่เข้ามาเพื่อบำบัด สมัยก่อนจะมีเพียงประเภทที่ ๒ เดินเข้ามา ซึ่งคนประเภท ๒.๒ เข้ามาแล้วก็เลิกไป ส่วนประเภท ๒.๑ ส่วนหนึ่งก็อาจประสบความสำเร็จเลิกได้ขาดจริงๆ บางส่วนเลิกบ้างเสพบ้างจดๆ จ้องๆ จ่อๆ อยู่ บ้างเข้าไปแล้วแม้ตั้งใจจะเลิกแต่ก็ยังแอบเอายาเข้าไปเสพในวัดในสถานปฏิบัติ มันเลยเลิกไม่ขาดสักที ก็ต้องยอมรับว่าการเลิกยาเสพติดนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะในแต่ละคนที่ติดนั้น ติดกันมากมายหลายชนิดและแต่ละชนิดทุกวันนี้สรรพคุณชวนหลงใหลสุดยอดแนบเนียนเหลือเกินจนยากที่จะรู้ได้ว่านี่คือยาเสพติด หากยาเสพติดมันประกาศตัวมันชัดเจนเช่น ยาบ้า บุหรี่ เหล้า เบียร์ เลยก็สิ้นเรื่อง คนเสพติดนั่นเขายินยอมพร้อมใจที่จะเข้าไปเป็นทาสเอง แต่ไอ้ประเภทแอบมาเนียนไม่แจ้งสถานะนี่ซิมาในรูปเครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ อาหาร สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยี พวกนี้จะมาเนียนเลยเพราะเราต้องใช้ด้วยความจำเป็น แต่ใช้ไปใช้มาเริ่มเกินจำเป็นเริ่มหลงติดแบบแนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วไม่รู้ตัว เสื้อผ้าข้าวของแบรนด์เนม อุปกรณ์ไอที อาหารเลิศรสสารพัด พวกนี้ยิ่งยากขึ้น แม้ในประเภท ๒.๒ ยังเอาไม่อยู่เลย ไฉนเลย ประเภท ๑ หรือ ๒.๑ จะรับไหว
วันนี้สาวกทั้งหลายมีงานหนักยิ่งกว่ายุคสมัยก่อน คือเนื่องจากประเภทที่ต้องช่วยบำบัดนั้น หากเป็นประเภท ๒.๒ นั้นไม่เหนื่อยเท่าไหร่ มีใจที่จะพ้นจากยาให้ได้กันอยู่แล้ว แม้จะมีบ้างว่า รู้หมดแต่อดไม่ได้ก็ตามที แต่เมื่อเกิดสัมมาทิฏฐิรู้อริยสัจขึ้นเต็มที่ก็จะวางได้แน่นอน ส่วน ๒.๑ ก็ต้องอาศัยเข้ามาบ่อยๆ จะเห็นได้เองเช่นกันว่าเมื่อไม่ต้องใช้จะมีความสุขมากกว่า นี่จะขยับเลื่อนเข้าสู่ ๒.๒ ได้
แต่วันนี้สาวกต้องหาทางทำให้ประเภทที่ ๑ เข้าใจและยอมรับให้ได้ว่าที่เขาอยู่ด้วยและหลงว่ามันสุขนั้น มันทุกข์นะ เพราะเขาไม่สนใจจะฟังเลย ทั้งเขาจะว่าเราบ้าด้วยซ้ำ พูดเพ้อเจ้อบ้าบออะไรว่าทุกข์ ฉันสุขจะตายที่เสพอยู่นี่ วิ่งไล่บริโภคทุกอย่าง บ้างก็ว่ารู้อยู่ แต่เพลิดเพลิน พร่ำสรรเสริญ เมาหมกอยู่ไม่เลิก
เราทุกคนไม่อยู่ในประเภทไหนก็อยู่ในประเภทไหนเข้าสักอันหนึ่งนั่นแหละ หากท่านกำลังอ่านข้อความนี้อยู่ก็น่าเชื่อได้ว่าท่านน่าจะอยู่ในประเภท ๒.๒ ที่เห็นโทษภัยของยาเสพติด หาทางพ้นจากมันให้ได้อยู่ แสวงหายาถอนพิษเพื่อความผาสุกนิรันดร์ โดยที่รู้และเข้าใจได้แล้วว่า ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การได้เสพยาหรอกแต่ความสุขที่แท้จริงนั้นเกิดจากการเป็นอิสระจากยาเสพติดต่างหาก
ซึ่งยาถอนพิษที่พระบรมศาสดาฝากผ่านสาวกมาบอกพวกเราทุกคนนั้น แม้น ๒,๖๐๐ ปีล่วงมาแล้วก็ตาม ยาถอนพิษนี้ไม่เคยเสื่อมประสิทธิภาพเลยยังคงใช้ได้ผลชะงัดยิ่งนัก เพราะใช้ได้ไม่จำกัดกาล แถมท้าให้ท่านทั้งหลายจงมาลองดูเถิด แล้วผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตนด้วยยานั้นคือ  อริยมรรคมีองค์ ๘
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “เห็นถูก รู้แจ้ง” เล่ม ๔

สามารถอ่านหนังสือ PDF ออนไลน์ ดาวโหลดได้ที่นี่
https://makkanuka.files.wordpress.com/2015/02/know-the-truth-see-the-truth-4.pdf

หรืออ่านหนังสือในรูปแบบเล่ม เลือกดูได้ที่นี่
http://suanyindee.lnwshop.com/product/22/เห็นถูกรู้แจ้ง๔