เลิกอ้างเหตุผลที่มีเเต่เเบบที่ตนเห็นด้วย

เลิกอ้างเหตุผลที่มีเเต่เเบบที่ตนเห็นด้วย
ทุกวันนี้ ชาวพุทธส่วนใหญ่มักไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสรู้นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด เราเป็นชาวพุทธกันโดยเเทบไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่พระองค์ตรัสรู้เลย ถ้าพูดตรงไปตรงมาเเบบไม่เกรงใจกันเเล้ว ชาวพุทธกลับรู้จักเเค่การทำบุญ ใส่บาตร ถวายสังฆทาน เวียนเทียน เเละนั่งสมาธิ ซึ่งก็ทำกันไปอย่างนั้นเอง สิ่งที่ทำอยู่เเทบจะไม่มีผลต่อการเปลี่ยนคนไม่ดีให้เป็นคนดีได้เลย ใครที่เป็นคนดี ก็ดูเหมือนว่าเขาจะดีของเขามาเองอยู่เเล้วตั้งเเต่เกิด เพราะทุกวันนี้คนไม่ได้สนใจว่าจะต้องถือศีลกันหรอก เขาใช้ชีวิตกันอย่างที่เขาต้องการจะเป็น ถ้าบังเอิญเขาสงสารสัตว์ ไม่ชอบทำรัายสัตว์เป็นทุนเดิมอยู่เเล้ว เขาก็จะได้ศีลข้อ ๑ ไป เเต่หากเป็นคนชอบเที่ยว ชอบดื่ม ก็คงคิดว่าเราจะมีศีลข้อ ๕ ไปทำไมกัน เพราะการเที่ยวการดื่ม มันสนุกดีออก คนที่ไม่ชอบดื่ม ก็เลยได้ศีลข้อ ๕ ไปโดยไม่มีเจตนาที่จะต้องเว้นอะไร แต่ได้ไปเพราะเขาไม่ชอบดื่มเองอยู่เเล้ว ฉะนั้น ถ้าในวันนี้จะพูดกันถึงเรื่องการเป็นคนดี ชาวพุทธหรือคนในศาสนาอื่นจึงดูเหมือนๆ กัน เพราะทุกคนเอา(อัตตา)ตัวตนเป็นที่ตั้ง ถ้าทำเเล้วถูกใจเรา เราเอา ถ้าทำเเล้วไม่ถูกใจ ไม่ตรงใจ เราก็ไม่เอา เเถมยังช่วยกันรุมวิจารณ์สิ่งที่เเตกต่างออกไปจากตน เพื่อสร้างกระเเสให้เห็นตามกันอย่างชอบธรรมอีกด้วย การอ้างเหตุผลก็มีเเต่เเบบที่ตนเห็นด้วย ธรรมจึงเสื่อมสลายไปจากจิตใจคนจนหมด เเล้วมาพร้อมความหลงผิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูกต้องเเล้ว
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “นิพพานชั่วพริบตา”

นิพพานชั่วพริบตา

ท่านสามารถหาอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ที่
– ร้านนายอินทร์ : http://goo.gl/oSFjEP
– ร้านซีเอ็ด : https://se-ed.com/s/bXrE
– ร้านสวนยินดี : http://suanyindee.lnwshop.com/p/11
– ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป
– หรืออ่านได้จากห้องสมุดทั่วไป