เราทุกคนถูกโลกหลอก (ตอน 2)

เมื่อครั้งก่อนเราได้อ่านเรื่อง มนุษย์อยู่กับคิด ไม่ได้อยู่กับจริง วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันต่ออีกหน่อย
ในครั้งก่อนเราบอกว่า เมื่อ ๑,๐๐๐ ปีก่อน มนุษย์อยู่กับคิด ด้วยความเชื่อว่า โลกนี้แบน ทุกคนสอนกันมาให้เราเข้าใจและเชื่อกันมาอย่างนั้นว่าโลกที่เราอยู่นี้แบน
นี่คือความรู้ที่เราได้รับมาจากการถ่ายทอด ให้ชื่อว่าความรู้ในระดับที่ ๑
จากนั้นมีนักวิทยาศาสตร์เริ่มพิสูจน์จากการสังเกตว่ามันไม่น่าแบนหรอก มันกลม แล้วนำสิ่งที่เขาสังเกตมาบอกพวกเรา เช่นหากเราออกเรือไปในมหาสมุทร เราจะเห็นเรือสักพักแล้วจะหายไป เพราะผิวโลกที่โค้ง จึงทำให้เป็นอย่างนี้ เราเริ่มจินตนาการตามนักวิทยาศาสตร์ จนเราเชื่อตามว่า โลกนี้กลม เราจะเรียกความรู้นี้เป็นความรู้ระดับที่ ๒ เกิดจากการจินตนาการตาม ไม่ใช่แค่ฟังและเชื่อตามเท่านั้นแต่มีเหตุมีผลคิดตามได้
จนมาถึงวันนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมได้ทำให้เราประจักษ์แล้วว่าโลกนี้กลม โดยหมดความลังเลสงสัย ต้องหาเหตุผลใดๆมาสนับสนุนอีก เราเรียกความรู้นี้เป็นความรู้ระดับที่ ๓
เอาล่ะทีนี้เรากลับมาสู่ความเข้าใจที่เป็นสรุปรวบยอดกัน
ความรู้ระดับ ๑ เป็นความเชื่อจากสิ่งที่ได้ยินตามๆ กันมา เราเรียกความรู้ระดับนี้ว่า สุตมยปัญญา ปัญญาอันเกิดจากการได้ยินได้ฟังมา
ความรู้ระดับที่ ๒ เกิดจากการรับฟังความรู้ที่ถ่ายทอดมาโดยมีการจินตนาการตามเหตุตามผลอย่างเป็นระบบและน่าเชื่อถือ จะทำให้ผู้ฟังเห็นภาพตาม นี้เรียกว่า จินตามยปัญญา
ความรู้ระดับ ๓ เป็นความรู้หรือปัญญาขั้นสูงสุด คือ ประจักษ์แจ้งเห็นจริงในสิ่งนั้นแบบหมดคำพูดไม่ต้องอธิบายอะไรหรือหาเหตุผลใดๆ มาสนับสนุน เพราะมันเป็นอย่างนั้นล่ะ หมดความลังเลสงสัยอีก (หมดวิจิกิจฉา) เช่นเห็นแล้วว่าโลกกลมจากภาพถ่ายดาวเทียม จากนักบินอวกาศถ่ายมา จนเลิกพูดเลิกเถียงกับใคร นี้จึงเป็นปัญญาความรู้ที่สูงสุด
ในพระโสดาบัน เราจะได้ยินคำว่าหมดวิจิกิจฉา หมดความลังเลสงสัยใน พระรัตนตรัย
หมดความลังเลในพระพุทธเจ้าว่ามีหรือไม่? พระธรรมนำพาพ้นทุกข์ได้จริงหรือ? พระอริยสงฆ์ยังมีอยู่หรือ?
เมื่อบุคคลนั้นได้ประจักษ์แจ้งด้วยตัวเขาเองในระดับที่ ๓ คือภาวนามยปัญญา นั่นคือจบ ไม่ต้องฟังคำใครอีก
ในระดับที่ ๒ และระดับที่ ๓ มีส่วนที่คล้ายคลึงหรือทับซ้อนกันอยู่ วันนี้ใช่ว่าเราจะไม่เชื่อในพระรัตนตรัย ดั่งเช่นเราพิสูจน์ว่าโลกกลม เราก็จินตนาการได้ว่าโลกกลม แต่มันยังไม่สุดแบบประจักษ์ จนอยู่ๆ เกิดได้เห็นภาพถ่ายดาวเทียมเป็นครั้งแรก จึงยืนยันสิ่งที่เชื่อมาตลอด ณ จุดนี้จะพ้นจากความคิด พ้นจากความเชื่อ เข้าสู่สัจธรรมความจริงแท้ เมื่อผู้ที่เห็นโลกกลมอย่างนี้ไปอธิบายเรื่องโลกให้ใครฟัง อธิบายอย่างไรก็ไม่ผิด จะต่างจากผู้ที่ศึกษาและจินตนาการเอา ว่าโลกน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อมีคนถามลงไปในรายละเอียดจะต้องอาศัยจินตนาการภายใต้ประสบการณ์และการอ่านการศึกษามาของตนเอง จึงมีความผิดพลาดอยู่
ทำไมในกาลามสูตร พระพุทธเจ้าถึงไม่ให้เชื่อคำอาจารย์หรือเชื่อเพราะเขาว่า…
เพราะปัญญาในระดับนั้นต่อให้คิดเก่งแค่ไหนก็ไปกันได้แค่ระดับที่ ๒ แถมเหตุผลที่นำมาประกอบเพื่อสนับสนุนความเห็นตนยังมาจากรากเหง้าที่เห็นผิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ (มีความเห็นผิดในความเป็นตัวตน คิดอย่างไรก็มีแต่ตัวตนอยู่ในความคิด) ดังเช่นกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด จะกลัดแบบระมัดระวัง ปราณีต ดูมีสติอย่างไร มันก็ผิดวันยังค่ำ
แล้วปัญญาในระดับ ๓ หรือ ปัญญามยปัญญาจะเกิดขึ้นมาได้อย่าง? จึงจะเป็นปัญญาขั้นสูงสุดในการนำสู่ความหลุดพ้นหรือพ้นทุกข์
เกิดจากการ.. เจริญมรรค!
ส่วนคำถามที่มักได้ยินบ่อยๆ ว่า แล้วภูมิธรรมของอริยบุคคลตั้งแต่พระโสดาบันจะมีการเสื่อมหรือถอยกลับไหม ? วันนี้ถ้ามี ซุปเปอร์ไอสไตน์เกิดขึ้นมาใหม่ หาหลักฐานและข้อมูลมาสนับสนุนว่าโลกนี้แบน ท่านจะกลับไปเชื่ออีกไหมล่ะ เพราะเห็นอยู่โจ้งๆ ว่ามันกลม
ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป ละความเห็นผิดไปหมดแล้วว่า (ขันธ์ ๕) นี่ไม่ใช่ของเรา (ขันธ์ ๕) ไม่ใช่เรา ด้วย จะไม่มีวันกลับไปเห็นผิดอีกอย่างแน่นอน
เราทุกคนถูกโลกหลอก
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ข้อคิดมุมมอง เพื่อปัญญา