จงเดินอยู่บนหนทางที่ถูก

จงเดินบนทาง อย่ามัวเดินตามอย่างคนอยู่บนทาง(รึเปล่าไม่รู้)
หากการเดินทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่อาศัยเส้นทางการเดินทางไปได้หลากหลายทาง ไม่ว่าจะทางสายเอเซีย ที่วิ่งผ่านนครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่ หรือจะอ้อมซ้ายไปผ่านสุพรรณบุรี-อุทัยธานี ขึ้นไปเรื่อยๆ จนไปถึงเชียงใหม่ หรือจะอ้อมขวาไปผ่านสระบุรี-พิษณุโลก-แพร่-ลำปาง-เชียงใหม่ ก็ตาม ล้วนพาไปถึงเชียงใหม่ได้ทั้งสิ้น
การเดินทางที่หลากหลายนั้นไม่ว่าเราจะถนัดในการขับเส้นทางไหนๆ นั่นก็คงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะซึ่งเราสามารถไปได้ แต่เวลาเราขับไปในเส้นทางเหล่านั้น ที่เรามีแผนที่การเดินทาง เราวิ่งไปตามทางในแผนที่ เราอาจจะวิ่งตามรถคันหน้าที่เราแซงผ่านไปเรื่อยๆ หรือเราถูกคันหลังแซงมาอยู่ข้างหน้าบางครั้งบางคราวแล้ววิ่งหายไปก็ตาม หากตัดภาพบางช่วงเวลาออกมา มันดูคล้ายกับว่าเราวิ่งตามคันอื่น แต่ความจริงแล้วต่างคนต่างไป ต่างคนต่างเดินทาง เราไม่ได้วิ่งตามแบบใคร เราขับในแบบของเราที่เราถนัดด้วยความไม่ประมาท เราจะถึงปลายทางได้อย่างปลอดภัย ตกลงเราเดินทางตามเส้นทางหรือเราเดินทางตามคนที่เดินทางอยู่บนเส้นทางเช่นกัน
อริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น เป็นหนทางที่พาสัตว์โลกข้ามฝั่งแห่งสังสารวัฏอันหาปลายไม่เจอเพราะหมุนวนเป็นวงกลม เรามีแผนที่การเดินทางจนถึงเป้าหมาย ศึกษาการเดินทางให้ดีแล้วเดินทางอย่างมั่นใจ จากการฝึกฝนทักษะ ทำทีละข้อสองข้อจนเริ่มขยายออกขยายออกจนเชี่ยวชาญ
ในข้อ ๓-๔-๕ เป็นส่วนของศีลเริ่มละได้ขาดไม่มีเจตนาจะมุ่งร้ายเบียดเบียนใครอีก จิตจะไม่ไปเกาะเกี่ยวกับเจตนาเป็นเครื่องเว้นอีกเพราะไม่มีเจตนาจะทำผิดอย่างนั้นๆ อีกต่อไป
เริ่มเป็นผู้มีทักษะชั้นสูงขึ้น จากนั้นศึกษาธรรม ละอกุศลในใจ เปลี่ยนเป็นเจริญกุศลเข้าไปแทน เปลี่ยนแปลงสัญชาตญาณที่รูปนามนี้ (แต่เราไปมีความรู้สึกต่อเขาเองว่าเป็นเราเป็นของเรา) สั่งสมมาในทางเถื่อนๆ ยึดถือตนเอง มีแต่โทสะ ตอบโต้เมื่อไม่เป็นไปดั่งใจ สารพัดที่จะทำบาปทำอกุศล เมื่อกุศลเริ่มมากเข้า อกุศลก็ลดลง จิตก็ตั้งมั่นขึ้นโดยลำดับจึงเกิดเป็นสัมมาสมาธิ สามารถนำไปพิจารณาให้เห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรมได้ จนเกิดปัญญาย้อนกลับไปเกิดสัมมาทิฏฐิ รู้ว่านี้ทุกข์ นี้เหตุให้เกิดทุกข์ นี้ความดับแห่งทุกข์ นี้คือหนทางให้ถึงความดับแห่งทุกข์ จนเกิดความรู้ขั้นสูงสุดว่า นี้ไม่ใช่ของเรา นี้ไม่เป็นเรา นี่ไม่ใช่อัตตาของเรา
หนทางมี เส้นทางมี ผู้เดินทางมี และกำลังเดินทางอยู่ด้วยความเพียรต้องถึงแน่ ระวังมัวแต่จดๆ จ้องๆ ทำตามคนเดินทางที่เอาให้แน่ว่าเขาอยู่ในทางหรือเดินทางอยู่ข้างหน้าเราจริงหรือ และยิ่งถ้าเขายังมาอวดอ้างสรรพคุณว่าต้องเดินอย่างฉันซิถึงจะถูก ต้องเดินอย่างนี้ถึงจะใช่ ผิดไปจากนี้ผิดแล้ว ระวังจะไปไม่ถึงไหนเพราะคนที่บอกเราเขาอาจจะหลงเดินทางวนอยู่ในซอยข้างทางก็ได้
จงเดินบนทาง อย่ามัวเดินตามอย่างคนอยู่บนทาง เพราะครูตัวจริงของเราคือ จิต
ที่พึ่งที่อาศัยหรือสรณะของเราคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ข้อคิดมุมมอง เพื่อปัญญา