การกระทำทาง กาย วาจา ใจ อันไหนมีโทษมากที่สุด

พราหมณ์ ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า กาย วาจา ใจ อันไหนมีโทษมากที่สุด พระพุทธเจ้าก็ตอบพราหมณ์ว่า มโน คือ ใจ
พราหมณ์งง จึงถามพระพุทธเจ้าเป็นครั้งที่สองว่า กาย วาจา ใจ อันไหนมีโทษมากที่สุด ท่านก็บอกว่าใจ
พราหมณ์ถามท่านเป็นครั้งที่สามท่านก็ยืนยันคำตอบว่า ใจ
คนทั่วไปอาจจะนึกว่าการลงมือกระทำเป็นโทษมาก ส่วนใจมันยังคิดอยู่ข้างในมันยังไม่ได้เริ่มมันก็ไม่น่าจะโทษมากขนาดลงมือด้วยกายหรือวาจาที่มันออกไปเเล้ว เเต่พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสอะไรผิดเเน่ เราอาจจะเห็นยังไม่ครบถ้วนหรือป่าว เพราะกระบวนการทั้งหมดไม่ว่าจะเกิดทางกายหรือวาจาจะต้องมีใจมีเจตนาเป็นคนสั่งเเน่ๆ ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่นี้ (ใจ) จะยืดออกไปหรือจะหดเข้ามามันกลับมาที่ใจทั้งหมด
ก่อนที่เราจะด่าใครออกไปมันจะเกิดการใคร่ครวญเริ่มต้นจากที่ใจทั้งหมด เเล้วเราถึงจะเริ่มต้นด่า ต่อให้เราพิมพ์ข้อความด่าเขียนอะไรในเฟสบุ๊คหรืออะไรในเว็บบอร์ดก็ตาม สิ่งที่เขียนจะมีเสียงพูดอยู่ข้างในทั้งหมด เพราะฉะนั้นเสียงไม่ได้ต้องเอาออกจากปากอย่างเดียว เสียงที่มันดังขึ้นมาข้างในก็คือเจตนาที่เราถ้าเราด่าใครก็มีค่าเท่ากับเราด่าด้วยปากนั้นหล่ะมันโกรธหงุดหงิดเเล้วก็ด่ากันทางนี้ มีหลายคนที่ด่ากันทาง SMS ก็มี ด่ากันในเว็บก็มีกันอุตลุดหมดเพราะฉะนั้นมันร้อน มันร้อนอยู่ที่นี้(ใจ) ต่อให้เเค่ว่ามีใครสักคนหนึ่งเเอบชอบใครสักคนนึง เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้พูดออกมาเเล้วเค้าก็ไม่ได้เเสดงอาการอะไร มันเเค่เก็บไว้ในใจจะบอกว่าเขาบาปได้ยังไง มันร้อน(ไฟราคะ) มันร้อนอยู่ข้างในตายตอนนั้นก็ไปอบายอยู่เเล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้มันหลบใครไม่ได้เจตนาตรงนี้มันหลบใครไม่ได้
ถึงได้มีคำกล่าวว่า กินยาพิษต่อให้เเอบกินก็ตาย กินไม่มีใครเห็นสักคนเลยเเอบกินยาพิษตายเหมือนกันไม่ต้องห่วง มีผลเท่ากันระหว่างเเอบกินกับกินต่อหน้าคนยาพิษ เพราะฉะนั้นเราหลบข้างในไม่ได้
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากการสรุปธรรมบรรยายให้กับ หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก