การปล่อยวางความเจ็บปวดที่แท้จริง

ต้องเจริญมรรคให้ครบทั้ง ๘ ข้อ
ขณะหนึ่งของการบรรยายธรรมถวายเหล่าอุบาสิกาทั้ง ๑๖ รูป อาจารย์ประเสริฐได้เปิดไฟล์เสียงพระอาจารย์พรหม ผู้แต่งหนังสือ “ชวนม่วนชื่น” ซึ่งแสดงธรรมเรื่อง การปล่อยวาง
ความกลัว เป็นส่วนประกอบสำคัญของความเจ็บปวด มันทำให้ความเจ็บปวดเป็นทุกข์ยิ่งขึ้น ถ้าตัดความกลัวออกเสีย ก็จะเหลือแต่ ความรู้สึกเจ็บจริงๆ เท่านั้น

ราวปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ที่วัดป่าที่แสนจะยากจน อยู่ห่างไกลชุมชน อาตมาปวดฟันอย่างหนัก ที่นั่นไม่มีหมอฟัน ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มียาแอสไพริน ไม่มียาแก้ปวดใดๆ
พระป่าต้องอดทน
ช่วงหัวค่ำ อาการปวดกำเริบหนักขึ้นเรื่อย ๆ ปากข้างหนึ่งของอาตมา มันอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด มันหนักหนาสากรรจ์ที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา
อาตมาพยายามจะหนีจากความเจ็บปวดด้วยการภาวนา กำหนดอยู่กับลมหายใจ
แต่ความเจ็บปวดครั้งนี้มันเหลือเชื่อจริงๆ อาตมาสามารถจดจ่ออยู่กับการภาวนาได้เพียง ๒-๓ วินาทีเท่านั้น เจ้าความเจ็บปวดก็เตะประตูจิตออกมาอาละวาดอย่างรุนแรง
อาตมาลุกขึ้นออกไปพยายามเดินจงกรมข้างนอก ในไม่ช้าก็ต้องยกเลิก
อาตมาไม่สามารถเดินช้า ๆ อย่างมีสติได้ เจ้าความเจ็บปวดมันบังคับอาตมาให้วิ่ง แต่ก็ไม่รู้จะวิ่งไปไหน
อาตมากำลังทุกข์อย่างหนัก และกำลังจะเป็นบ้า
อาตมาวิ่งกลับมาที่กุฏิ นั่งลง และ เริ่มสวดมนต์ ใครๆ ก็ว่าบทสวดมนต์ของพุทธศาสนามีพลังศักดิ์สิทธิ์นัก อาตมาไม่เชื่อ เพราะถูกสอนมาให้คิดแบบวิทยาศาสตร์ แต่คราวนี้ อาตมาสวดมนต์ด้วยความหวังว่า สิ่งนี้จะช่วยให้คลายจากความเจ็บปวดได้ อาตมากำลังเข้าตาจน
แต่ในที่สุด อาตมาก็ต้องหยุดสวดมนต์อีก นี่อาตมากำลังตะโกน และเปล่งเสียงต่างหาก อำนาจของความเจ็บปวด ทำให้อาตมาไม่สามารถสวดมนต์อีกต่อไปได้ อาตมาทดลองทุกวิถีทางเท่าที่จะนึกออก ทุกอย่างจริงๆ
อาตมาไม่ไหวแล้ว …
แต่ในนาทีแห่งภาวะสิ้นหวังสุดๆ กลับช่วยเปิดประตูปัญญา ประตูที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต เมื่อประตูบานนั้นเปิดอ้าต้อนรับอาตมา อาตมาจึงได้ผ่านเข้าไป และพบว่า มันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่อาตมา ปล่อยวาง อย่างแท้จริง
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา ทำให้อาตมาถึงกับสะดุ้ง
ความเจ็บปวดที่สุดจะทนทานนั้น ได้อันตรธานไปในทันที
มันถูกแทนที่ด้วยความปิติ ซึ่งวูบวาบในกายของอาตมาระลอกแล้ว ระลอกเล่า จิตของอาตมาเข้าสู่สภาวะสงบ ล้ำลึก นิ่ง และ เป็นสุขยิ่งนัก
บัดนี้ อาตมาเข้าสมาธิได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
เมื่อออกจากสมาธิตอนเช้ามืดอาตมาจึงล้มตัวลงนอนอย่างสงบสุข และเมื่อตื่นขึ้นมาเพื่อทำกิจวัตรประจำวัน อาตมายังรู้สึกปวดฟันอยู่ แต่ไม่มีอะไรจะเทียบเท่ากับค่ำคืนที่ผ่านมาได้เลย
เมื่อเรายินดียอมรับความเจ็บปวด และยินยอมให้มันอยู่โดยไม่พยายามผลักไสไล่ส่งมัน สิ่งนี้จึงเป็นเหตุให้มันผ่านพ้นไป
อาตมาได้เล่าอธิบายให้เพื่อนฟัง แต่เขาบอกว่า ความเจ็บปวดของอาตมามันเทียบไม่ได้กับเรื่องของเขาแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดเป็นเรื่องเฉพาะตน และวัดไม่ได้ อาตมาจึงได้อธิบายว่าทำไมการปล่อยวางจึงไม่ได้ผลสำหรับเขา โดยเล่าเรื่องลูกศิษย์ ๓ คนให้เขาฟัง
ลูกศิษย์คนแรก‬ กำลังเจ็บปวดมาก
และกำลังจะปล่อยวาง .. ปล่อยวาง .. เสียงแนะนำเบาๆ
ปล่อยวาง! เสียงบอกซ้ำเมื่อยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ปล่อยวางแค่นั้นแหล่ะ!! น่า .. ปล่อยวางซะ!!
ฉันบอกให้ปล่อยวางไง! ปล่อยวาง!!!!
เราอาจจะเห็นว่ามันตลก แต่ก็นั่นแหล่ะ นี่คือสิ่งที่พวกเราทำกันอยู่ตลอดเวลา เราบอกตัวเองให้ปล่อยวางทุกเรื่อง
เราควรจะปล่อยวางตัวตนที่บอกเราให้ปล่อยวางต่างหาก
เราควรจะปล่อยวาง “ตัวบงการ” ที่มันอยู่ในตัวเรา ซึ่งเราทุกคนก็รู้ว่า มันเป็นใคร การปล่อยวาง หมายถึง ไม่มีตัวบงการ
‪ลูกศิษย์คนที่‬ ๒ กำลังเจ็บปวดอย่างแรง เขาจำคำสอนของอาตมาได้ และพยายามที่จะปล่อยวาง “ตัวบงการ” เขานั่งอยู่กับความเจ็บปวด โดยเข้าใจว่านั่นคือการปล่อยวาง
อีก ๑๐ นาทีต่อมา ความเจ็บปวดก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม
เขาเริ่มบ่นว่า .. การปล่อยวางไม่ได้ผล
อาตมาจึงอธิบายว่า “การปล่อยวาง ไม่ใช่วิธีกำจัดความเจ็บปวด มันเป็นวิธีการที่จะเป็น “อิสระ” จากความเจ็บปวดนั้นต่างหาก”
ศิษย์คนที่สอง พยายามจะจัดการกับความเจ็บปวดโดยการปล่อยวาง ชั้นจะปล่อยวางซัก ๑๐ นาที แก! เจ้าความเจ็บปวด .. แกจะต้องหายไป เข้าใจมั้ย!
นั่นไม่ใช่วิธีการปล่อยวางความเจ็บปวด
นั่นเป็นวิธีการกำจัดความเจ็บปวดต่างหาก
ลูกศิษย์คนที่ ๓ กำลังเจ็บปวดอย่างหนัก เขาพูดกับความเจ็บปวดว่า “เจ้าความเจ็บปวดเอ๋ย ประตูใจของฉันเปิดต้อนรับเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะทำให้ฉันเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม จงเข้ามาเลย”
ลูกศิษย์คนที่สามเต็มใจยินยอม ให้ความเจ็บปวดคงอยู่ต่อไป นานเท่าที่มันต้องการ แม้จะต้องเจ็บปวดมากขึ้น แม้จนตลอดชีวิตก็ตาม เขายอม
เขาให้อิสระแก่ความเจ็บปวด ล้มเลิกความพยายามที่จะควบคุมมัน

นั่นล่ะการปล่อยวาง


‎อาจารย์ประเสริฐ‬ : “นี่คือการจัดการกับความเจ็บปวดด้วยวิธี สัมมาทิฏฐิ วางที่เหตุ ผลจะดับ การปล่อยวางไม่ใช่การกำจัดสิ่งนั้นออกไป แต่เป็นการที่จะอยู่กับสิ่งนั้นยังไง โดยไม่มีตัวบงการเข้ามาสั่งให้เราปล่อยวาง
เมื่อใดให้ความเจ็บปวดเป็นอิสระ เราจะเป็นอิสระจากความเจ็บปวด เรื่องมันมีแค่นี้จริงๆ”
“อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม”
การบรรยายธรรมให้กับอุบาสิกาใจพระ รุ่นที่ ๑ ช่วงพรรษา ๒๕๕๗