ของจริงไม่มีในโลก ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตทั้งสังสารวัฏก็ไม่มีทางเจอ

เมื่อไม่รู้ว่านี้เป็นทุกข์จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าอะไรเป็นเหตุ
วันนี้โลกของโซเชียลเน็ทเวิร์คเข้ามาอยู่ในชีวิตของพวกเราทุกคนจนกลายเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก จากชีวิตที่เคยไปหาเพื่อน ไปคุยกับเพื่อน ไปเที่ยวกับเพื่อน ทุกอย่างเปลี่ยนไปอยู่ในไลน์ คุยกันทั้งกลุ่ม สร้างเพื่อนเสมือนขึ้นมาในใจ สร้างสติ๊กเกอร์ออกมาแสดงความรู้สึก แล้วถ่ายทอดและรับรู้ความรู้สึกผ่านทางหนัาจอ สุข ทุกข์ โกรธ เกลียด ผ่านทางจอ ผ่านหน้าตาของ หมี หมู เต่า กระต่าย ดารา สรยุทธ์ ญาญ่า
ผัสสะทางตายังคงทำหน้าที่หลักเป็นเหตุปัจจัยที่จะส่งผ่านความรู้สึก คือ เวทนาออกมาเหมือนเดิม ทุกวันนี้อาหารก็ส่งมาทางจอ น้ำหอมก็ส่งมาทางจอ เสียงก็ออกมาทางจอ การถูกต้องสัมผัสก็เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเห็นมาจากทางจอหรือเจอตัวจริง ที่ตัวเราก็มีความรู้สึก สุข ทุกข์ เศร้า ก็เกิดขึ้นที่แต่ละคนจริงๆ ได้ ต่อให้ผ่านจอก็เหมือนกับเราอยู่ต่อหน้าคนๆ นั้นหรือสิ่งนั้นๆ จริงๆ
…เบื้องหลังความเป็นจริงเพราะอะไร?
เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะสัมผัสทางตา มาจาก อายตนะภายใน (ตา กระบวนการในการเห็น) + อายตนะภายนอก (รูป ซึ่งเป็นแสงเป็นความถี่ที่พุ่งเข้ามาในตา) + วิญญาณทางตา มีสภาพการรับรู้ที่เข้าไปรับรู้แสงสีที่เกิดขึ้นแล้วแปลสัญญาณมาสร้างความรู้จักแล้วเกิดเป็นอารมณ์ต่อมา เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะผ่านทางจอ มันก็คือแสงพุ่งเข้าตานั่นเอง ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าคนๆ นั้น แสงก็กระทบคนๆ นั้นแล้วสะท้อนมาเข้าตาหรือจะดูจากจอไอแพดหรือสมาร์ทโฟน แสงที่มาจากจอก็พุ่งมาเข้าตาเราเช่นเดียวกัน จากนั้นกระบวนการรับรู้แปลค่าก็เริ่มขึ้นภายในแต่ปัญหามันไม่ได้จบแค่การแปลค่าว่ามันเป็นภาพอะไรเท่านั้น มันได้ขยายผลเป็นการสร้างการปรุงแต่งจนเกิดเป็นอารมณ์ขึ้นมาด้วยความไม่รู้ จงส่งผลเป็นทุกข์กันไม่สิ้นสุด
ดังนั้นเจอของจริงก็ของปลอม (เพราะภาพที่เราว่าเราอยู่ต่อหน้าคนๆ นั่นก็ยังเป็นเพียงแสงที่เข้าไปสู่จอประสาทตาแล้วสมองสร้างภาพเสมือนขึ้นมาในใจเลย เราเห็นคนจริงกันซะเมื่อไหร่ หนำซ้ำคนที่เราว่าจริงที่ยืนตรงหน้าเราก็ไม่จริงเลย เกิดดับ ว่างจากตัวตนกันทั้งนั้น) ส่วนที่เห็นของปลอมก็ของปลอม (ของในจอมันปลอมกันเห็นๆ ก็ยังหลงไปสุขทุกข์กับมัน นี่ยิ่งแล้วกันใหญ่) ของจริงมันไม่มี
โลกนี้มีแต่มายาหลอกลวงทุกสิ่งอย่าง ที่จะว่ามีก็อนัตตาทั้งนั้น เกิดขึ้นมาเป็นอย่างนั้นๆ แค่ประเดี๋ยวประด๋าว คงที่ไม่ได้ เพราะไม่ได้มีตัวตนอะไร เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา มีแต่ของว่างของเปล่า ที่คนเราว่ามีก็ไม่ได้มีอยู่จริง เป็นแค่ความรู้สึกปลอมๆ ลมๆ แล้งๆ
ต่อสู้ดิ้นรนกันทุกอย่างเพียงเพื่อของเสมือนที่จำลองมาจากของปลอมที่ไม่ได้มีตัวตนจริง
ของจริงไม่มีในโลกหรอกอย่าเสียเวลาหาเลย ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตทั้งสังสารวัฏก็ไม่มีทางเจอ เพราะเมื่อเจอของจริงเมื่อไหร่… ว่างไปเลย… นั่นล่ะ… ของจริง
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๗