ฝึกปฏิบัติธรรม ให้เหมือนนักมวยต่อยกระสอบทราย

ลองมาดูกันว่าใครมันเป็นนายใครกันเเน่
ผมเชื่อว่าคนที่มีความตั้งใจปฏิบัติภาวนาย่อมไม่มีปัญหาในเรื่องศีล เเต่สิ่งที่เราต้องใส่ใจให้มากคือการคุ้มครองอินทรีย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อมีสิ่งมากระทบให้มีสติรู้ทัน
สถานปฏิบัติธรรมเป็นที่ที่เอื้อให้ควบคุมผัสสะได้ระดับหนึ่ง เเต่ในชีวิตประจำวันเราไม่มีทางคุ้มครองอินทรีย์ได้สมบูรณ์ เวลาไปไหนมาไหนหรืออยู่ในหมู่คน ผัสสะต่างๆ จะพุ่งกระเเทกเข้ามาใส่เรามากมาย ถ้าการฝึกง่ายๆ ยังทำไม่ได้ ออกไปยิ่งไม่มีทางทำได้ แต่ถ้าอยู่ในคอร์สปฏิบัติธรรมพอทำได้ ออกไปใช้ชีวิตก็พอมีหวัง
เหมือนนักมวยฝึกต่อยกระสอบทราย กระสอบทรายมันตอบโต้ไม่ได้ก็พอสู้ไหว เเต่พอขึ้นเวทีจริงคู่ต่อสู้มันโต้ตอบทั้งศอกทั้งเข่า เราต้องเอาให้อยู่ไม่เช่นนั้นที่ฝึกเตะกระสอบทรายอยู่หลายเดือนก็ไม่มีความหมาย
ส่วนนักมวยที่เเม้เเต่กระสอบยังไม่ยอมฝึกต่อยจะออกไปสู้กับใครได้ มีเเต่ถูกต่อยอย่างเดียวเท่านั้น
เพราะฉะนั้นต้องคุ้มครองทวารเอาไว้ให้ได้ทั้งตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีอะไรกระทบก็รู้ รู้เเล้วก็ละ เเล้วมาอยู่กับองค์บริกรรม มีสติสัมปชัญญะประคองไว้ตลอด เรามาปฏิบัติธรรมก็เพื่อละการปรุงแต่ง เเล้วจะค่อยๆ พบความจริงจากการปฏิบัติ ซึ่งความจริงนั้นมีอยู่เเล้ว ไม่เคยหายไปไหน
เหมือนพระนิพพานที่ไม่เคยหายไปไหน เเต่เราสร้างการปรุงเเต่งขึ้นมาปิดไว้ทั้งหมด เมื่อใดที่เราละการปรุงเเต่งได้มากขึ้นเรื่อยๆ หมอกควันค่อยๆ จางลง เราจะเห็นพระพุทธรูปที่อยู่ตรงหน้า เเต่วันนี้หมอกควันที่เราสร้างขึ้นมาเองด้วยความไม่รู้ได้ปิดบังพระพุทธรูปคือ “พุทธะ” ไว้ทั้งหมด
ดังนั้นการปฏิบัติธรรมจึงไม่ใช่มาปฏิบัติเพื่อความสุข เพื่อความสนุก ไม่ใช่เพื่อเเก้บนหรือเอาเเต่สั่งสมบุญ เเต่ปฏิบัติเพื่อเดินไปให้สุดทางคือ “พระนิพพาน”
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ทุบเปลือก ทำลายเมล็ด”
(วิธีขุดรากถอดโคนกิเลส)

ท่านสามารถฟังคลิปเสียง mp3 คอร์สปฏิบัติธรรมนี้ได้ที่นี่
https://makkanuka.wordpress.com/2015/02/19/destroy-seed/

หรือท่านสามารถอ่านหนังสือเล่มนี้ได้จากห้องสมุด
หรือสามารถซื้อหนังสืออ่านได้ในร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป