ต้องพรากออกด้วย ทั้งทางกายเเละทางใจ

เมื่อไม่รู้ว่านี้เป็นทุกข์จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าอะไรเป็นเหตุ
สำหรับฆราวาสอย่างเรา สิ่งที่ยังขาดไปก็คือเนกขัมมะ
การไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม เเม้จะเป็นเนกขัมมะ เเต่เวลาเพียงห้าวันหรือเจ็ดวันก็เป็นเพียงเนกขัมมะที่ติดๆ ดับๆ ถ้าจะให้ดีเราควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเเละขยายไปสู่ชีวิตประจำวัน
ทุกคนต้องบริหารภายใต้ข้อจำกัดของตังเอง บางคนถือศีล ๘ สัปดาห์ละวัน บางคนงดกินเนื้อสัตว์ บางคนตั้งเจตนาไว้ว่าต่อไปนี้เวลาไปงานเลี้ยงเลิศหรู ไม่ว่าอาหารจะวิจิตรพิสดารเพียงใด จะเจริญโภชเนมัตตัญญุตา กินด้วยความระมัดระวัง
ผมบอกได้เลยว่าอะไรดีจงทำ ทำได้เเค่ไหนก็ทำไป ทำอะไรได้ก็รีบทำเสีย
เนกขัมมะที่เเท้จริงไม่ไช่เเค่เอากายออกจากกาม เเต่เราสามารถเนกขัมมะจากใจได้
พระพุทธเจ้าตรัสว่าการเนกขัมมะจริงๆ คือการละฉันทะเเละราคะ ละความยินดีพอใจในสิ่งนั้นๆ เเต่ไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าไม่เอาตัวพรากออกมา เหมือนคนประกาศว่าฉันจะเลิกสูบบุหรี่ในขณะที่มือกำลังคีบบุหรี่ เเถมยังอยู่ในสังคมของคนสูบบุหรี่อีกต่างหาก มันเลิกยาก เเต่ใช่ว่าจะเลิกไม่ได้เอาเสียเลย
ต้องถามตัวเองว่าเอาจริงหรือเปล่า พอออกจากคอร์สปฏิบัติธรรมกลับบ้าน ตื่นมาเรานั่งสมาธิเดินจงกรมหรือเปล่า ตอนกินข้าวเราพิจารณาอาหารหรือไม่ เคี้ยวทุกคำด้วยสติสัมปชัญญะไหม หรือวันๆ เราคิดเเต่เรื่องงานเรื่องเงิน เดินผ่านทีวีก็กดรีโมตเปิดดูทีวีโดยไม่รู้ตัว พอเพลียหน่อยก็ล้มตัวลงนอน นั่งสมาธิเอาไว้พรุ่งนี้เเล้วกัน เดินจงกรมเอาไว้มีเวลาค่อยว่ากัน
ในทางโลกนั้นจะมีความอยากคอยกดดันอยู่ตลอดเวลา อย่าคิดว่าเข้าไปรู้ทันเเล้วจะจัดการมันได้ บางครั้งต้องพรากมันออกด้วย ทั้งทางกายเเละทางใจประเด็นหลักของเนกขัมมะอยู่ที่ตรงนี้
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม (วิปัสสนาจารย์)
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ทุบเปลือกทำลายเมล็ด”

ท่านสามารถฟังคลิปเสียง mp3 คอร์สปฏิบัติธรรมนี้ได้ที่นี่
https://makkanuka.wordpress.com/2015/02/19/destroy-seed/

หรือท่านสามารถอ่านหนังสือเล่มนี้ได้จากห้องสมุด
หรือสามารถซื้อหนังสืออ่านได้ในร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป