ให้ปฏิบัติตามคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

aj-prasert-7
ถ้าพระสร้างคนจะไม่มีปัญหา พระที่พูดถึงคือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธะ พระองค์ตรัสรู้แล้ว เห็นโลกนี้ตามความเป็นจริงแล้ว ท่านอยู่ในมุมมองที่ถูกต้องไปแล้ว การมองสรรพสิ่งจึงถูกทั้งหมด การบอกสอนให้ผู้คนเดินตามจึงเป็นสัมมาทั้งหมด
ส่วนมุมมองของปุถุชนนั้น หากเราคิดจะทำอะไร เราทำได้เพียงในกรอบความคิดหรือกรอบประสบการณ์ของตัวเองเท่านั้น ในปุถุชนทั้งหลายมีความเห็นแก่ตัว คนทั้งหลายคิดอะไรก็คิดแต่เรื่องสนุกสนานรื่นเริง คนที่ชอบร้องรำทำเพลงก็จะคิดแต่เรื่องร้องรำทำเพลง ใครชอบการกระทำใดๆ ก็จะสะท้อนความเป็นตัวตนของคนๆ นั้นออกมาในงานของเขา
ดังนั้นหากเอาปุถุชน (ผู้มิได้สดับ) มาคิดทำงานศาสนา ผลงานก็จะสะท้อนออกมาตามลักษณะนิสัยของคนๆ นั้น หาได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในอริยมรรค คือการทำเหตุที่ถูกต้องไม่ เราจึงเห็นสภาพงานวัด สถานที่ที่ควรจะสุขสงบเย็นด้วยบรรยากาศอันเป็นกุศล กลายเป็นอย่างทุกวันนี้ เราจึงเห็นพระพุทธรูปสะท้อนออกมาตามความคิดว่าควรจะเป็นตามความคิดของคนที่ปั้น หรือคนที่มีส่วนร่วม เรื่องจึงเลยเถิดไปถึงพระพุทธรูปใส่แว่นตาดำ ภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ซึ่งเป็นพุทธประวัติมีโดเรม่อนเข้าไปร่วมด้วย หรือแม้แต่การปฏิบัติธรรมมีรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากที่พระศาสดาตรัสบอกสอน ห่างออกไป ห่างออกไปเรื่อยๆ ตามกระแสความคิด ความต้องการของปุถุชนผู้มิได้สดับโดยคนเหล่านั้นก็จะหาเหตุผลมาปกป้องการกระทำของตน มานำเสนอว่าการกระทำอย่างนั้นอย่างนี้ของตนเป็นสิ่งสมควร ไหลไปตามกระแสของโลก โดยความจริงแล้ว หากดูการกระทำนั้นๆ โดยไม่ปรุงแต่งความคิด ความเห็น ก็เห็นได้อยู่แล้วว่าควรหรือไม่ควร
วันนี้การให้ปุถุชนผู้มิได้สดับจินตนาการพระพุทธเจ้า จะไม่มีวันทำได้เลย เพราะคนเต็มไปด้วยตัวตนอันเป็นมิจฉาทิฏฐิ เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว นั่นจึงทำให้รูปแบบของพระพุทธศาสนาจึงออกมาแบบที่เราเห็นเปลี่ยนไปตามใจของผู้ที่ต้องการจะให้เป็น สร้างรูปแบบกันสารพัด โดยเฉพาะหากเราสังเกตดูรูปแบบการสอนของแต่ที่แต่ละสำนักก็จะเห็นว่า แต่ละคนพยายามปรับรูปแบบการสั่งสอนของพระองค์ให้เป็นรูปแบบเพื่อเป็นอัตลักษณ์ของตนหรือเอกลักษณ์ของสำนักตนจะได้ไม่ซ้ำกับสำนักอื่น หรือเพื่อวัตถุประสงค์ให้คนอื่นเห็นว่าเราเก่ง เราดีกว่าใคร ฉันรู้แจ้งเอง เห็นเอง เพื่อให้ผู้คนรู้สึกว่าสิ่งที่ฉันพูดสอนนั้นฉันเห็นได้เอง ไม่ได้พูดตามหรือนำคำของพระพุทธเจ้ามาพูด คนจะได้รู้สึกว่าเราสุดยอด
แต่ที่ว่ารู้เองเห็นเองนั่นไม่ได้มาจากแนวทางการตรัสรู้ของพระองค์หรือ เพราะพระอรหันต์ตั้งแต่ท่านโกณฑัณญะเป็นต้นมา ล้วนเป็นมัคคานุคาคือผู้เดินตามมรรคของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น จึงได้รู้แจ้งเห็นธรรมขึ้นมานั่นคือปฏิบัติตามธรรมที่ถูกต้องในคำสอนของพระพุทธเจ้า
วันนี้หากเรากลับไปศึกษาคำสอนตรงๆ ของท่านแล้วประพฤติปฏิบัติตาม เมื่อนั้นล่ะท่านจะพ้นทุกข์จริงๆ ที่เราไม่พ้นทุกข์เพราะไม่ฟังสิ่งที่ถูกต้องแล้วจะเกิดสัมมาทิฏฐิได้อย่างไร เรามัวแต่ฟังวิธีคิดของแต่ละบุคคล แล้วพยายามนำความเห็นเหล่านั้นไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ตาม มาทับลงบนความเห็นผิดของตัวเอง เราจึงรู้แจ้งขึ้นมาไม่ได้
การรู้แจ้งนั้น แท้ที่จริงคือ “การละความเห็นผิด เมื่อละความเห็นผิด จะรู้แจ้งสิ่งที่ถูกต้อง มิใช่การสร้างความเห็นถูกใหม่ขึ้นมาทับบนความเห็นผิดเดิมที่มีอยู่แล้ว” การละความเห็นผิดคือ การเจริญมรรค ปัญญาที่แท้จริงจึงจะเกิดขึ้น
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ข้อคิดมุมมอง เพื่อปัญญา