การบนบานสานกล่าว

เคยเห็นชาวพุทธไหม ตามวัดที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่เป็นที่เคารพ สักการะ เป็นสิ่งคู่บ้านคู่เมือง ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด
ชาวพุทธประเภทนี้ใช้นิสัยชั้นแย่ตามตลาดนัด คงด้วยความเคยชินอย่างไม่น่าให้อภัย ด้วยการต่อรองพระพุทธรูปซึ่งเป็นเครื่องระลึกให้นึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณในการตรัสรู้ เผยแผ่พระธรรมให้สัตว์โลกทั้งหลายได้พ้นทุกข์อย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อยหรือท้อพระทัย ด้วยการจุดธูป เผาควันแล้วขอสิ่งที่ตัวเองอยากจะได้แถมยังต่อรองว่า หากท่านให้สิ่งที่ฉันขอให้ได้สำเร็จตามนั้น ฉันจะให้ของที่ฉันคิดว่าจะให้ โดยจะให้แก่ท่านทีหลังถ้าท่านทำให้ฉันสำเร็จตามนั้น
นี่มันคนประเภทไหนกันที่กระทำสิ่งอันจาบจ้วงพระบรมศาสดาผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยอมให้เกิดสิ่งต่างๆ เหล่านี้โดยกลายเป็นธรรมดา โดยกลับไปเห็นว่าใครๆ เขาก็ทำกันนี่นา เห็นดีเห็นงามกันไปหมดเพียงเพื่อลาภสักการะได้อย่างไร หรือความเสื่อมมาเยือนจนมองไม่ออกกันแล้วว่าอะไรควรอะไรไม่ควร
หากจะเออออห่อหมกไปกับการอ้อนวอนร้องขอแบบคนไร้ที่พึ่ง เวลาเราไปทำบุญไม่ว่ากับพระหรือกับหน่วยงานใดๆ เราเคยหวังสิ่งตอบแทนไหม เราถวาย เราให้ด้วยใจบริสุทธิ์ นั่นจึงเกิดเป็นบุญ แต่นี่มันอะไรกัน ต่อรองขอให้ได้ก่อน ให้ฉันสำเร็จก่อนฉันจึงจะให้ นี่คนประเภทไหนกันช่างน่าสมเพชและน่าตำหนิอย่างไม่ควรให้อภัยจริงๆ ถ้าสิ้นไร้ไม้ตอกขนาดไม่มีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนจะทำอย่างนี้จริงๆ ถวายของที่คิดจะถวายภายหลัง ถวายไปเลยโดยไม่มีข้อแม้เลยดีกว่าไหม ไม่ว่าเราจะได้หรือไม่ได้ ไม่ว่าสิ่งที่เราร้องขอจะสำเร็จหรือไม่ ก็ขอน้อมถวายด้วยใจบริสุทธิ์ อย่างนี้ยังจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังมีความดีบนความแย่ที่เกิดขึ้น
แต่เคยย้อนกลับมาดูตามความจริงบ้างไหมว่า พวกที่ไปนั่งต่อรองนำอะไรไปต่อรองพระพุทธองค์ เอาการร้องรำทำเพลงน่ะเหรอ ซึ่งพระองค์บอกทางสุดโต่งสายแรกที่บรรพชิตไม่ควรเสพคือ กามสุขัลลิกานุโยค คือประกอบตนพัวพันอยู่ด้วยกาม พวกดูการละเล่นเนี่ยะนะที่นำไปต่อรอง ท่านยังบอกว่า เป็นของต่ำทราม เป็นของชาวบ้าน เป็นของชนชั้นปุถุชน หรือเอาไข่ไปต่อรอง พระองค์ที่ดำรงชีพด้วยอาหารบิณฑบาต จะเอาอะไรไปแลกเปลี่ยนเหรอ พระองค์เป็นเจ้าชายสิทธัตถะมีปราสาท ๓ ฤดู มีทุกอย่างที่ชาวโลกปรารถนาจะมีจะเป็น แต่พระองค์กลับหันหลังแล้วละทิ้งทั้งหมด แต่มีคนนำของไร้สาระไปต่อรอง
การกระทำนี้เป็นเครื่องชี้ความเสื่อมของจิตใจชาวพุทธแบบที่น่าสลดสังเวชใจไม่มีประมาณ จนแม้นฝรั่งหรือคนต่างศาสนามองดูการกระทำอย่างไร้ที่พึ่ง อย่างคนไร้ศักดิ์ศรี ผู้ที่กระทำอย่างนี้อย่าอ้างอะไรอีกเลย เลิกเถอะ สิ่งที่จะพูดแก้ต่างมันแค่แก้ตัวไปด้วยความหลง กลับมาทำความดี ทำสิ่งต่างๆ ให้เต็มที่ให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แล้วสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นแน่นอนโดยไม่ต้องอ้อนวอนให้น่าสลดหดหู่ใจ
เมื่อนั้นล่ะ จะได้แก้สิ่งที่ชาวพุทธทุกคนทำผิดพลาดไป ด้วยสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า การบูชาพระพุทธเจ้าที่สูงสุดคือการปฏิบัติบูชา ไม่ใช่เอาร้องรำทำเพลงไปถวาย เอาม้าลายไปถวาย เอาไข่ไปถวาย การปรามาสพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างนี้เป็นบาปนะ ไม่ใช่บุญ
aj-prasert-7
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ข้อคิดมุมมอง เพื่อปัญญา