จะปฏิบัติธรรม ต้องมีทั้งสมถะและวิปัสสนา

prasert-utaichalerm
พยายามกันจริงนะพ่อแม่ พยายามฝึกลูกให้ขึ้นบันไดตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ คลานได้ก็ฝึกกันใหญ่ ฝึกให้ขึ้นได้สำเร็จตอนอายุ ๒ ขวบ ดีใจกันใหญ่ แต่ระหว่างฝึกนั้นเด็กตกลงมาหัวร้างข้างแตกกันไป
ส่วนเพื่อนบ้านสอนให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยตอนช่วงอายุ ๑-๒ ขวบ พัฒนากล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขา กล้ามมัดใหญ่มัดเล็ก เมื่อถึงอายุ ๒ ขวบ เดินขึ้นบันไดได้เองปร๋อเลย แถมวิ่งขึ้นวิ่งลงได้อย่างสบาย เป็นพื้นฐานนำสู่ความเป็นนักกีฬาที่ดีต่อไปอีกด้วย ในระยะยาวเก่งกว่าเด็กที่เอาแต่หัดขึ้นบันไดทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม
วันนี้หลายคนพยายามทำนั่นทำนี่ ตามดูนามธรรม (เวทนา จิต ธรรม) ถูกลากไปทั้งที่ใจก็ไม่ตั้งมั่น ไม่แข็งแรง นิวรณ์ก็ยังตามถล่มหาที่ยืนไม่ได้ เหมือนพยายามขึ้นบันไดทั้งๆ ที่ไม่มีวุฒิภาวะเลย หลงทำแล้วคิดว่าดี คนป้อนคนบอกก็อาจจะไม่ดูเลยว่าอาหารที่ป้อนเหมาะกับคนแบบไหน ให้อาหารรวมๆ กันมา จึงพากันเดินวนไม่ไปไหนกันสักที มัวมั่วแก้สภาวะธรรมตรงหน้าแบบไม่ดูองค์รวม
วันนี้ในอริยมรรคมีองค์ ๘ มีการกระทำอย่างเป็นระบบเป็นรูปแบบที่พระพุทธเจ้าใช้คำว่า โยคกรรม สามารถชำระกิเลสจนหลุดพ้นไปได้ด้วยความเข้าใจอย่างถูกต้อง ทำอย่างถูกต้อง ไม่ได้ทำเพราะอยากทำหรือทำตามๆ กันมา
วันนี้หากเริ่มต้นมาดูแลที่กาย วาจา ไม่ให้ทำทุจริตคืออย่าทำผิดศีล ทุกครั้งที่อดทนอดกลั้นที่จะไม่ทำผิด นั่นก็ฝึกให้จิตตั้งมั่นแข็งแรง เมื่อนานไปนานไป ทุจริตทางกายวาจาเบาบาง มันจะมาเห็นที่จิตใจได้ไม่ยาก เพราะระหว่างที่ใช้ศีลกำกับกายวาจานั้น ใจมันจะเกิดความข่มใจขึ้นด้วย ตอนนั้นมันก็สลับกันมาเห็นได้เอง เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อใจขยับอยากจะพูดหรือกระทำสิ่งผิดๆ ออกไป ก็จะเกิดสติขึ้นมาจัดการได้เองโดยไม่ต้องออกแรงจงใจมาก กิเลสก็อ่อนกำลังลง ก็เริ่มละอกุศลออกได้เรื่อยๆ จนเบาบาง เพียงเท่านี้ การปฏิบัติตามมรรค คือการมีศีลจากปัญญา ศีลก็จะเป็นบาทฐานให้สมาธิคือระดับจิตใจต่อไป ทำอย่างนี้ไปให้ต่อเนื่อง ชำระให้ได้มากๆ เมื่ออกุศลในใจเบาบาง นิวรณ์ก็จะค่อยๆ หายไปไม่มารบกวน จิตจะเริ่มเดินเข้าสู่ปฐมฌานได้ เมื่อจิตตั้งมั่นการไปเห็นว่า กาย เวทนา จิต ธรรมเกิดดับ ว่างจากตัวตน นั่นก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากเย็น
แต่วันนี้ทำอะไรกัน ไม่ดูมรรคที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ อยากทำนั่นทำนี่ เขาว่ากันว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ ชอบของสุดยอดคัมภีร์ ต้องเจริญสติปัฏฐานนั่นล่ะถึงจะเป็นวิปัสสนา ทำอย่างนั้นมันสมถะ โธ่เอ๋ย ถ้าจิตไม่ตั้งมั่นด้วยสมถะจะเอาอะไรไปรู้ไปดูให้เห็นการเกิดการดับเห็นความเป็นอนัตตา
เอาอย่างนี้ เทคคอร์สเข้าห้องเรียนให้ตรงความรู้เชื่อเถอะว่า หากเราปฏิบัติให้ถูกตามที่ควร จะไปได้เร็วกว่าพวกที่เดินผิดขั้นผิดตอนแน่นอน
ไวพจน์ คือ คำที่มีความหมายเดียวกันของมรรคมีองค์ ๘
ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้คืออะไรรู้ไหม

คือ สมถะและวิปัสสนา นั่นคือ มรรคองค์ที่ ๗
สัมมาสติ และมรรคองค์ที่ ๘ สัมมาสมาธิ

และพระองค์ย้ำว่าเมื่อผู้นั้นมีศีลบริบูรณ์

อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ข้อคิดมุมมอง เพื่อปัญญา