การทำงานแต่ละระดับของสติ

aj-prasert-7
เราต้องเข้าใจการทำงานแต่ละระดับของสติ
ระดับที่ ๑ สติช่วยให้การดำเนินชีวิตปลอดภัยขับรถ ข้ามถนน ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
ระดับที่ ๒ สติช่วยให้เกิดความยับยั้งชั่งใจที่จะไม่ทำผิดศีล

นั่นคือเจตนาเป็นเครื่องเว้นในการจะทำผิดทางกายและวาจา นั่นช่วยให้เมื่อเกิดความโลภอยากได้อะไรๆ ไม่ทำให้หมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้เป็นสินหรือหนี้บัตรเครดิตท่วมหัวหมดปัญญาใช้คืนเพราะซื้อตะพึดตะพือโดยไม่บันยะบันยัง จำเป็นไม่จำเป็นซื้อหมดเพราะหลงว่าวงเงินในบัตรเครดิตเป็นเงินของเรา กว่าจะรู้สึกตัวก็เต็มวงเงินไปแล้วและหาทางใช้คืนไม่ได้

ระดับที่ ๓ สติช่วยยับยั้งให้เกิดการยับยั้งตั้งแต่ต้นทางคือทางใจ

เป็นการชำระอกุศลที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาหรืออกุศลที่ค้างคาในใจให้เกิดการบรรเทาเบาคลายลง อกหักทุกข์ไหม? ถ้าไม่มีสติก็จมอยู่ในความทุกข์ไปเรื่อย หลงคิดหลงวนอยู่ในเรื่องราวที่จบไปแล้วและไม่มีอยู่จริง ไม่รู้จบแต่หากมีสติคอยเตือนก็พ้นจากเนื้อเรื่องและยอมรับความจริงได้เร็วขึ้น

ระดับที่ ๔ สติช่วยให้เกิดการสำรวม สังวรณ์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เมื่อเกิดการกระทบกับ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธัมมารมณ์ ไม่ให้หลงใหลไปกับกิเลส ตรงนี้สติเริ่มเป็นเครื่องทำให้เห็นความจริงในระดับ จิตสิกขาแล้ว

ระดับที่ ๕ สติปัฏฐาน ๔

ช่วยให้เห็นความจริงขึ้นมาว่า กาย ใจ นี้ไม่ใช่ตัวตน บุคคล เรา เขา อย่างที่เราเข้าใจผิด นั่นจะเป็นประตูสู่ สัมมาทิฏฐิ ความเห็นอันถูกต้อง

ดังนั้น วันนี้เราพูดกันเรื่องสติกันมาเยอะ จะว่าไปไม่ว่าสติแบบไหนๆ ก็ล้วนเป็นประโยชน์ที่จะทำให้เกิดความไม่ประมาททั้งนั้น ท่านมีสติแบบไหนล่ะ? แล้วแบบไหนที่ท่านไม่มีหรือแบบไหนที่คนในโลกนี้ไม่มีกัน ประเภทที่มีกันอยู่แล้วในโลก พูดไปคนก็ไม่ได้เห็นความสำคัญอะไรนักหนาหรอก แต่ที่คนในโลกนี้ไม่มีก็คือ ระดับที่ ๔ – ระดับที่ ๕ ที่จำเป็นต้องฝึกให้มีขึ้น เพื่อวันหนึ่งจะพ้นไปจากความทุกข์ที่แท้จริงได้
เพราะสติปัฏฐาน ๔ นั้น จะเป็นปัจจัยให้เกิด สัมมาทิฏฐิ นั่นเอง
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ข้อคิดมุมมอง เพื่อปัญญา