ทำยังไงดี นั่งสมาธิแล้วฟุ้งซ่าน

“นั่งสมาธิทีไร ใจไม่เคยสงบเลย ไม่อยากนั่งเเล้ว” ท่านเป็นเเบบนี้บ้างไหม
คำตอบก็คือ เป็นเหมือนกันหมดทุกคนเเหละ ฉะนั้น ขอถามกลับง่ายๆ ว่าตอนไม่นั่งสมาธิ ท่านไม่ฟุ้งใช่ไหม
หลายท่านเริ่มหยุดคิดเเบบอึ้งๆ เพราะตัวเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน
หากคำว่า “ฟุ้ง” เเปลว่าเราคิดไม่หยุด เดี๋ยวเรื่องนั้นที เดี๋ยวเรื่องนี้ที ไม่เคยหยุดคิดได้เลยล่ะก็ นั่นน่าจะหมายรวมถึงช่วงเวลาก่อนนั่งสมาธิด้วย เเละอันที่จริงก็ต้องนับรวมทุกๆ เวลาที่ผ่านมาในชีวิตด้วยซ้ำไป เพียงเเต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยรู้ว่าฟุ้ง เเต่ตอนนี้เรารู้ว่าฟุ้งเเล้ว ก็เพราะว่าเรามีหลักให้ยึดนั่นคือ ลมหายใจ
ในการฝึกนั่งสมาธินั้น เริ่มต้นก็ต้องนั่งคู้ขาเข้ามา เอาเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายตรง ดำรงสติอยู่กับลมหายใจ เป็นผู้รู้ลมหายใจออก รู้ลมหายใจเข้าไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเกร็งเพ่งบังคับให้มากไปเเต่ให้รู้สึกผ่อนคลาย หน้าที่ของเราคือเป็นผู้รู้ลม อย่าเป็นผู้บังคับลมทำเหมือนกำลังเเอบดูลมหายใจเท่านั้น เเบบนี้คือการเริ่มต้นทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
จากนั้น เมื่อใจเเว้บไปคิด ก็ให้กลับมาอยู่กับลมหายใจ ไม่ต้องไปหงุดหงิดอะไร เพราะจิตเขาคุ้นเคยกับการคิดอยู่เเล้ว จู่ๆ จะให้มาอยู่กับลมหายใจเพียงอย่างเดียว จะทำได้อย่างไร เราก็ต้องค่อยๆ ฝึกไป เหมือนการอยู่กับเด็ก สอนเด็กให้รู้ว่าทำไปทำไม ก็ต้องให้ความเข้าใจเเละให้เวลากับเขา
หากถามว่า “ความคิด” ผิดตรงไหน ก็ตอบได้ว่าความคิดไม่ผิดอะไรเลย เเต่เพราะจิตโง่ไปยึดความคิดเป็นของเรา ก็เลยเกิดเป็นอาการที่เรียกว่า “เวทนา” ขึ้นมา นั้นคือ สุข-ทุกข์ เเละไม่สุข-ไม่ทุกข์
ดังนั้นเพื่อให้จิตในวันนี้ ได้เห็นความจริง เราจึงต้องใช้สติเข้าไประลึก ใช้สัมปชัญญะเข้าไปรู้สึกตัว เพื่อไม่ให้ไหลไปตามสัญชาตญาณเก่าๆ จะได้เกิดปัญญาเห็นความจริงได้ในอนาคตภายภาคหน้า ในขณะที่วันนี้เอง สติสัมปชัญญะก็จะช่วยให้ใจเป็นสุขสงบจากอุเบกขาได้ทันทีเช่นกัน
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
ข้อคิดมุมมอง เพื่อปัญญา