อยู่กับความว่าง

พระครูวินัยธรทรงศักดิ์ (หลวงพ่อเอี้ยน)
จิตหยุดปรุงแต่งว่าชอบว่าไม่ชอบ ว่ารักโกรธ เกลียด อิจฉา ริษยา พอใจ ไม่พอใจ เลิกเรื่องปรุงแต่ง อยู่กับความสงบ เรียก วิสังขาร ปราศจากการปรุงแต่ง ทางกาย ทางวาจา ใจ จิตว่างก็อยู่กับความสงบที่มีความรู้สึกว่า ว่างจากตัวกูของกู
จิตว่าง ว่างจากอารมณ์รัก โกรธ เกลียด พอใจ ไม่พอใจ อิจฉา ริษยา พยาบาท อาฆาต จองเวร ฯลฯ จนอารมณ์เครียด
หยุดการปรุงแต่ง ทางกาย ทางวาจา และใจ ไม่คิดไม่ทำไม่พูดโง่ๆ ทำด้วยปัญญา คิดด้วยปัญญา พูดด้วยปัญญา เรียกว่า พูดทำคิด ด้วยจิตว่างจากตัวตน เมื่อสังขารดับ จิตก็อยู่ด้วยความสงบเย็น จิตดับ สังขารดับ วิญญาณดับ คือดับตัวกูของกูเสียได้ เมื่อจิตว่าง อยู่กับความสงบเย็น เพราะหยุดปรุงแต่ง ทางกาย วาจา ใจ ว่าไม่ใช่กู ไม่ใช่ของกู สังขารทั้งสามก็ดับ วิญญาณตัวความว่าง กู ของกู ก็ดับหมด ไม่ใช่ตาย คือความรู้สึกที่ไม่ใช่กูของกู เป็นความรู้สึกที่ไม่ใช่กูของกู เป็นความรู้สึกที่ว่างจากตัวกูของกู วิญญาณก็เลยเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องส่งลูกกูของกูต่อไป กู ของกู ดับหมด เหลือแต่ความรู้ที่เป็นธรรมชาติเอง นามรูป ขันธ์ทั้งห้าก็บริสุทธิ์ เป็นวิสุทธิ์ขันธ์ ไม่ใช่เป็นอุปาทานขันธ์แล้ว
คนหนึ่งมองโลกในแง่ดี คนหนึ่งมองโลกในแง่ร้าย

คนหนึ่งมองโลกโดยความเป็นของว่าง

๑. สุขภาพจิตดี อะไรก็ดีหมด

๒. สุขภาพจิตทราม เสื่อม อะไรร้ายหมด น่าเกลียดน่าชังหมด

๓. คนที่ทมองโลกเป็นของว่าง เพราะเห็นว่าแง่ดีก็เป็นอนิจจํ อนตฺตา สุญญตา แง่ร้ายทำให้เป็นทุกข์เป็นอนิจจํ อนตฺตา สุญญตา ตกลง เมื่อมองโลกโดยความเป็นของว่างแล้วแง่ดีแง่ร้ายหายหมด เป็นสุญญตาหมด

ฉะนั้น ผู้ปฏิบัติในขั้นนี้ ก็มองโลกในมิติหนึ่งของจิตว่าง ผิดกับการมองของคนที่จิตมีตัวตน เพราะดีก็เข้าไปยึดถือ ร้ายก็เข้าไปยึดถือ แต่ผู้ปฏิบัติรู้แต่ปล่อยว่างหมดเห็นเป็นของว่างไป
ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าโลกนี้มีตัวตน เพราะจิตมีตัวตน ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่มีตัวตน เพราะทุกอย่างผ่านขั้นตอน อนิจฺจํ ทุกขํ อนตฺตา แล้วก็สุญญตา เขาจึงอยู่กับโลกว่าง หรืออยู่กับความว่าง เพราะทุกอย่างบวกลบคูณหารลงตัว ว่างหมด เพราะจิตว่างจากตัวตน แล้วไม่เข้าไปยึดถือจิต
จิตว่างจากจิต จิตว่างจากอารมณ์คือ รูปารมณ์ สัทธารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัผผารมณ์ ธัมมารมณ์ ทุกอารมณ์ ว่างหมด เรียกว่าอยู่กับอารมณ์ว่าง ไม่ใช่อยู่กับอารมณ์มี
พระอริยะเจ้าขั้นพระอรหันต์ อยู่กับอารมณ์ว่าง แต่การปฏิบัติที่จะอยู่กับอารมณ์ว่างนี้ ไม่ใช่ของว่างนัก ต้องปฏิบัติให้เห็นปฏิจจสมุปบาท ตั้งแต่อวิชชามา จนเห็นการปรุงแต่ง ที่ไม่มีอวิชชาเข้าไปแทรกแซง วิญญาณที่ไม่มีตัวกูของกู นามรูปที่ไม่ประกอบด้วยอุปาทาน อายตนะที่เป็นธรรมชาติล้วนๆ อายตนะภายนอกที่ว่างจากอารมณ์ นี่ อยู่ที่ว่างจากอารมณ์ทั้งทาง ตา หู ฯลฯ
แล้วจึงจะอยู่กับความว่างที่เป็นสุญญตาเป็นปกติในชีวิตประจำวันได้ จนชีวิตคือร่างกายนี้ ดับตามไปเอง แต่จิตนั่นดับแล้ว ฯลฯจิตอยู่กับความว่าง คือว่างจากอารมณ์ รูปเสียง ฯลฯ เป็นอารมณ์ แต่เข้ามาไม่ได้ พอเข้ามาก็ว่างทันที อยู่กับโลกว่าง สงบอยู่กับโลกที่ไม่สงบ (โลกภายใน ภายนอก คืออายตนะภายในภายนอก)
จิตว่าง สงบ โลกว่างสงบ อายตนะภายในภายนอกว่าง สงบ ขันธ์ห้าว่าง สงบ ปฏิจจสมุปบาท ว่าง สงบ หรือว่าธาตุ อายตนะ ขันธ์ห้า ปฏิจจสมุปบาท เกิด ดับ ว่าง สุญญตาแล้วก็สันติ สงบ เมื่อจิตไม่มีอารมณ์ ก็จิตอยู่กับความสงบเย็น เป็นนิพพาน ตรงนี้
ขอให้พระพี่นางจงอยู่เหนือสวรรค์ทุกชั้น อยู่เหนือภพที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตายอีกต่อไป
ขอให้พระพี่นาง มีจิตที่เป็นอิสระ เพราะเห็นอนิจจํ อนตฺตา สุญญตา คือ เห็นจิตว่างจากตัวตน ไม่เอาจิตมาเป็นตัวกูของกู ความคิดก็เป็นอิสระ ความรู้สึกคือวิญญาณก็เป็นอิสระว่างจากตัวตนของตน ขอให้วิญญาณนั้นอยู่เหนือชั้นเทวดา พราหมณ์ ความยึดถือไปอยู่ที่เดียวกันกับพระอริยเจ้า หรือพระอรหันต์เจ้า ไม่ต้องเกิด ต้องแก่ เจ็บ ตายอีกต่อไป
ให้ยกจิตขึ้นเหนือบุญ เหนือบาป เหนือดี เหนือชั่ว เหนือของคู่ทั้งหลาย เป็นจิตที่เห็นอนิจจํ อนตฺตา เป็นสุญญตา ว่างจากตัวตน ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตายอีกต่อไป เป็นจิตอมตะ ดับเย็นสนิจจํ เหมือนอย่างพระอริยเจ้า
เมื่อมองจิตว่ามีตัวตน หรือเอาจิตมาเป็นตัวตนเป็นทุกข์ ถ้ามองจิตว่าเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นอนิจจํ อนตฺตา สุญญตา ว่างจากตัวตนแล้ว ความทุกข์ก็หายหมด
จิตเป็นเหรียญสองด้าน ในความมี มันมีความว่างอยู่ พระอริยเจ้ามองดูจิตมองดูรูปภายนอกได้สองมิติ มองโดยสมมุติว่ามี มองลงไปอีกว่าว่าง ถ้ามองว่างจะไม่เกิดทุกข์ ถ้ามองว่ามีเกิดทุกข์ พระอริยเจ้าจึงมองและอยู่กับจิตว่างจากอารมณ์ทั้งปวง”
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก (พระวิปัสสนาจารย์)

สามารถศึกษาธรรมะข้อธรรมจาก หลวงพ่อเอี้ยน เพิ่มเติมได้ที่
http://www.santibunpot.com/

FB: บ้านจันทร์ส่องธรรม
https://www.facebook.com/pages/บ้านจันทร์ส่องธรรม/634910339863457