อย่าให้ความรู้สึกว่าเป็นหน้าที่มาบดบังความดีของเขา

prasert-utaichalerm
อย่าให้ความรู้สึกว่า “นั่นเป็นหน้าที่” ของคนๆ นั้น มาบดบังความดีของเขาเหล่านั้น
สามีดูแลภรรยาและลูก ภรรยาก็มองว่า “มันเป็นหน้าที่ของพ่อ” จบกัน
ภรรยาทำดีกับสามีและลูก แต่กลับคิดว่า “มันเป็นหน้าที่ของภรรยาหรือแม่” อ๋อนี่ทำเพราะหน้าที่ ไม่มีหัวใจปนเลยหรือ?
ลูกน้องทำงานด้วยความมุ่งมั่นขยันขันแข็ง “เขากินเงินเดือน ก็ต้องทำงาน ก็ถูกแล้ว”
นี่คือคนที่หัวใจไม่มีธรรม อย่าให้โมหะเข้าครอบ หากมีความคิดอย่างนี้ แสดงว่าเกิดความเป็นตัวตนแล้ว ต้องชำระความเห็นผิดเสีย ถ้าตัวตนของเราลดลง จะเห็นคุณงามความดีของผู้อื่น จะเห็นเข้าใจผู้อื่น
“คนทุกคน คือคนคนเดียวกัน”
นี่คือคำของท่านอาจารย์พุทธทาส
เราไม่ชอบให้ใครด่าใครว่า คนอื่นเขาก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน
เราพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เราเป็นทุกข์ คนอื่นก็เหมือนกัน
เรารักลูกเราอย่างไร เด็กๆ ที่เราเห็นทุกคนนั้น พ่อแม่เขาก็รักลูกของเขา เหมือนอย่างที่เรารักลูกเราเหมือนกัน
เรารักพ่อแม่เราอย่างไร คนแก่ที่กำลังเดินลงบันได ถ้าเป็นพ่อแม่เรา เราคงเข้าไปประคอง ดังนั้นเราจะรีบเข้าไปประคองดูแลอย่างไม่ลังเล
เห็นใครๆ ในโลกก็อยากจะเข้าไปช่วย เข้าไปดูแล เห็นอกเห็นใจ นี่ล่ะที่เรียกว่า “จิตเป็นกุศล” เมื่อนั้นเราจะไม่ได้ทำเพราะว่ามันเป็นหน้าที่ แถมเราจะนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันเป็นหน้าที่ หน้าที่อะไร เพราะเราทำสิ่งนั้นจากหัวใจ คำว่า “หน้าที่” นั้น เป็นบทบัญญัติที่เกิดตามมาทีหลัง จากคนที่เห็นคนทำด้วยหัวใจ มาบัญญัติให้คนไม่มีหัวใจทำตาม
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ เห็นถูกรู้แจ้ง เล่ม ๓

ดาวโหลด อ่านหนังสือ PDF ได้ที่นี่
https://makkanuka.files.wordpress.com/2015/02/know-the-truth-see-the-truth-3.pdf

หรืออ่านในรูปแบบหนังสือเล่ม สามารถซื้อได้ที่
http://suanyindee.lnwshop.com/product/4/เห็นถูกรู้แจ้ง-๓