ฝึกที่จะเนกขัมมะออกจากมันบ้าง

prasert-utaichalerm-7guru
วันนี้เราบอกว่าเราอยากจะทำตามใจของเรา อย่างเช่น อยากกินอะไรก็กิน อยากซื้ออะไรก็ซื้อ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ ดูเหมือนกับค่อนข้างจะค้านกับคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอริยมรรคมีองค์ ๘ ทางลัดสั้นตรงสู่พระนิพพาน สมมุติว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่เข้าไปบวชเป็นทางลัดสั้นตรงสู่พระนิพพาน เเต่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้เเปลว่าฆราวาสเข้าถึงความเป็นอริยะไม่ได้ เราเเค่จะดูทางที่ง่าย ที่ลัดสั้นที่สุด ทำไมในสงฆ์สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงถูกบังคับกีดกัน หรือว่าไม่ให้ใช้สิ่งต่างๆ ตั้งมากมาย เหลือเเค่อัฐบริขารที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตเท่านั้นเอง เเรกๆ ผมก็เชื่อว่าพระภิกษุทั้งหลาย ที่เข้าไปบวชก็จะต้องอึดอัดกับการที่เคยคุ้น เคยมี เคยเป็น กับเรื่องราวหรือสิ่งที่ตัวเองเคยมี เเต่เมื่อไม่ได้ใจจะร้อนรนขึ้นมาเป็นทุกข์
ถ้าเป็นคนติดยาก็จะคล้ายๆ อาการที่ลงเเดง หรืออยากจะเสพ เหมือนกันเมื่อเกิดการบีบบังคับตัวเองสิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้น เเต่ถ้าอดทนไป แล้ววันหนึ่งข้างหน้าก็เหมือนกับคนที่เลิกยาได้ เมื่อเลิกยาได้มันก็จะเริ่มเป็นอิสระมากขึ้น ในหมู่ของคนที่ติดยาทั้งหลาย ถ้ารุ่นพี่ที่ติดยาเเล้วเลิกยาได้ มาให้กำลังใจรุ่นน้อง ขณะที่รุ่นน้องอาจจะกำลังอ๊วกอยู่ที่วัดถ้ำกระบอก รุ่นพี่ก็จะมาช่วยกันเชียร์เเล้วก็บอก น้องเอ้ย ความสุขที่เเท้จริงไม่ใช่จากการได้เสพยาหรอก เเต่ความสุขที่เเท้จริงมาจากการที่เลิกยาเสพติดได้ตะหากล่ะ วันที่เป็นอิสระจากยาที่เเท้จริงวันนั้นที่ไม่ต้องเสพมันอีก วันนั้นล่ะคือความสุขที่เเท้จริง
วันนี้เรากำลังหลงทางเเล้วล่ะที่เราบอกเรากำลังเเสวงหาความสุข เรากำลังมีความสุขเมื่อเราได้สิ่งนั้น สิ่งนี้ เมื่อเราติดหนัง ติดละคร เเล้วเราไปดูหนังดูละคร เมื่อเราได้เสพอย่างงั้น เราบอกเรามีความสุข เเต่วันไหนที่เราไม่อยู่บ้านเราจำเป็นต้องออกไปธุระ เเล้วใจเราโหยหา เสียดายจังเลยนี่เป็นตอนจบเราไม่ได้ดูมัน ก็จะเกิดความทุกข์ขึ้นมา เราลืมไปว่าเมื่อไหร่เราเสพอะไรเข้าไปมาก ๆเเล้วเราไม่ได้อย่างที่เราปรารถนามันจะล้วนเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจที่เราเข้าไปเสพ เข้าไปติด เข้าไปยึด ในทุกๆ ทาง ถ้าเราไม่หัดที่จะฝึกที่จะฝืน ที่จะเนกขัมมะออกจากมัน วันหนึ่งมันจะกลายเป็นอสรพิษ ที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเเล้วก็กัดเรา
เเต่หากวันนี้เราเข้าสู่การปฏิบัติธรรม เข้าสู่การฝึกใจ ฝึกจิต ที่จะฝึกที่จะเนกขัมมะออกจากมันบ้าง หรือฝึกที่จะเนกขัมมะออกจากมันให้มากขึ้น มันเหมือนกับคนติดยาเมื่อเลิกได้เเล้วหรือเลิกได้มากเเล้ว เค้าจะเริ่มเป็นอิสระมากขึ้น หลังจากนี้เมื่อเป็นอิสระจนถึงที่สุด ไม่ใช่จะหยุดเสพ อย่างเช่นอาหาร เราบอก “..โอ้ย!ถ้างั้นก็ไม่ต้องกินอาหารอร่อยๆ..” วันนี้เรากินอาหารอร่อยๆ ด้วยความหลงใหล ด้วยการหลงเข้าไปกินทั้งปาก ทั้งลิ้น ทั้งใจ เราไม่ได้กินเฉพาะถ้าผมถามว่าอร่อยลิ้นไหม อร่อย อร่อยใจไหม อร่อย อร่อยไปหมดเลยคือมันเสพเข้าไปทั้งลิ้น ทั้งใจเลย เเต่ถ้าวันไหนไม่ได้ลิ้นก็ไม่ได้ใจก็ไม่ได้ มันก็จะโหยหาขึ้นมา
เเต่วันหนึ่งข้างหน้าที่เราพรากออกมา พรากออกมา จนกระทั่งใจของเราถูกพราก วันหนึ่งมันจะอร่อยลิ้น เเต่ใจของเราเป็นปกติ เมื่อเราอร่อยลิ้นก็เป็นเรื่องของรสชาติธรรมดา เมื่อรสชาติที่คุ้นลิ้นก็ทานได้มากหน่อย ถ้าไม่คุ้นลิ้นก็อาดจะทานได้น้อยหน่อย แต่ไม่ได้เกิดปฎิฆะคือเเรงผลักดัน ต้องโกรธ ต้องเกี้ยวโกรธ บ้างคนโอ้ยอาหารไม่อร่อย ด่าเเม่ครัวด่าร้านอาหาร กลายเป็นโทสะกลายเป็นสร้างภพสร้างชาติขึ้นมาอีก
เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะหายไป เมื่อเราเข้ามาฝึกจริงๆ มันจะได้พบกับความอิสระ
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากรายการ “สุขทุกวัน 7 วัน 7 กูรู”
(12 ธันวาคม 2557)

สามารถดูคลิปวีดีโอรายการนี้ฉบับเต็มได้ที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=eY5IAW7K7u0&index=10&list=PLDzf9cyBwgxCNwRsjZgHTiJdfW0iznaQ5