เมื่อชำระความเห็นผิดได้ ความทุกข์จะหายไปมโหฬาร

prasert-utaichalerm-7guru
ทุกคนปราถนาความสุขวิ่งไล่ล่าหาเเต่ความสุข ได้เงินมาก็จะซื้อข้าวของเพื่อตอบสนองเเล้วก็บอกว่าทำให้เรามีความสุข เเต่เมื่อเราย้อนกลับมาดูความสุขจริงๆ มันกลายเป็นของที่เกิดขึ้นดับไป เกิดขึ้นเเล้วก็ดับไป เกิดขึ้นเเล้วก็ดับไปตลอดเวลา เราจึงเข้าใจความจริงว่า เอ๊ะ! ความสุขไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนนะ ความสุขล้วนเกิดขึ้นในใจ เเล้วก็ดับลงไปในใจ
อย่างเช่นถ้าเราอยากได้โทรศัพท์สักเครื่องหนึ่ง เราก็เก็บเงินเก็บทอง จนได้ซื้อโทรศัพท์สักเครื่องหนึ่งที่เเสนดีเเสนเเพง พอได้มาเเล้วก็มีความสุขจังเลยที่ได้โทรศัพท์เครื่องนั้นมา เเต่ขณะที่กำลังมีความสุขอยู่กับโทรศัพท์เครื่องนั้น โทรศัพท์มันดังมา เเล้วก็มีคนบอกข่าวร้ายมาทางโทรศัพท์ เช่นเราอาจจะเป็นการพลัดพรากจากคนที่รัก หรือการทะเลาะบ่อเเว้งกับคนที่เรารัก ขณะนั้นความทุกข์เกิดทันที โทรศัพท์ที่บอกว่าให้ความสุขของเราให้ความสุขกับเรา มือก็ยังถือมันอยู่ หูก็ยังเเนบกับโทรศัพท์เครื่องที่เราปรารถนา ที่เราบอกว่ามันให้ความสุขกับเรา มันกลายเป็นทุกข์เต็มๆ เลย
เเสดงว่าความสุขความทุกข์กลับกลายเป็นไม่ได้อยู่ที่โทรศัพท์ มันกลับกลายเป็นอยู่ในใจของเราเอง เเล้วมันก็กลายเป็นของเกิดๆ ดับๆ มันไม่ใช่มาจากสิ่งที่อยู่ภายนอกหรอก มันเป็นสิ่งที่ภายในของเราปรุงเเต่งขึ้นมา เมื่อเราย้อนกลับมาเข้ามาเห็นอย่างนี้ซึ่งเป็นตัวอย่างเล็กๆ เราจะเริ่มเห็นเลยว่าของต่างๆ ที่เคยให้ความสุขกับเรา ไม่ว่าจะผู้คน บุคคล เรา เขา มันกับไม่ได้มีความหมายอะไรเลย หากใจของเราปรุงไปอีกด้านหนึ่ง หรือปรุงไปเเบบนั้นเเบบนี้ตามที่เราโง่(ที่เขาเรียกว่าจิตโง่) ไปปรุงสิ่งนี้ขึ้นมาเอง
เมื่อเราย้อนกลับมามันจะทำให้เริ่มค่อยๆ ละความเห็นผิดในความเป็นตัวตนลงโดยลำดับ ลงโดยลำดับ เเล้วเมื่อวันหนึ่งที่เราชำระลงไปได้อย่างนี้เรื่อยๆ โดยมีความตั้งมั่นเเล้วก็ย้อนกลับเข้ามาดูที่กายกับใจหรือที่เรียกว่าสังขารคือร่างกายเเละจิตใจ เราจะเริ่มพบกับความจริงว่า ตัวตน บุคคล เรา เขา นี้เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาในใจของเราเองที่เรียกว่า “สักกายทิฏฐิ” หรือความเห็นผิดในความเป็นตัวตน พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ที่ถึงความเป็นโสดาบันเมื่อได้เห็นความจริงนี้ จะละความเห็นผิดในความเป็นตัวตน นั้นคือสิ่งที่เราคิด เเล้วก็สร้างมันขึ้นมาเอง ความเห็นผิดนี้เราสร้างมันขึ้นมาเอง
วันไหนที่มันดับไปหรือถูกชำระจนดับลงไป มันไม่ได้เปลี่ยนเเปลงอะไรที่มีอยู่เเล้วเลย มันเเค่ไปละความรู้สึกผิดๆ ที่มีความเห็นผิดๆ ที่ลอยลมให้หายไป เมื่อความรู้สึกนั้นหายไป เราก็จะรู้เเจ้งเห็นจริงขึ้นมาว่า “ขันธ์ ๕” คือร่างกายจิตใจไม่ได้เติมคำว่าของเราหรอก มันเป็นของมันโดยธรรมชาติอย่างนั้นล่ะ เเต่ความรู้สึกนึกที่ไปหวังลมๆ เเร้งๆ ที่ไปสร้างอะไรลมๆ เเร้งๆ ขึ้นมาว่าขันธ์ ๕ มันเป็นตัวเรามันเป็นของเรา ความรู้สึกนั้นถูกชำระไป ผู้ที่ชำระความเห็นผิดนี้ได้ความทุกข์จะหายไปมโหฬารมหาศาล
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากรายการ “สุขทุกวัน 7 วัน 7 กูรู”

สามารถดูคลิปวีดีโอรายการนี้ฉบับเต็มได้ที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=YAj2wgDJWYM&list=PLDzf9cyBwgxCNwRsjZgHTiJdfW0iznaQ5&index=1